AKOKOROV's profileAkokorov losts in middle...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
October 28 พระสงฆ์เรียกพี่ แม่ชีเรียกพ่อเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหัวข้อเลย
ช่วงนี้หมกหมุ่นอยู่กับการพูดคำคล้องจองเป็นสรณะ
เมื่อตอนอยู่ ป.สอง อาจารย์ให้แต่งคำคล้องจอง สองท่อน ท่อนละสามคำ หลังจากตอน ป.หนึ่ง แต่งท่อนละสองคำ
"ไขคุณแม่ แม่ใจร้าย"
ที่จริงจะเขียนว่า"ไขกุญแจ" แต่ไม่รู้เขียนยังไง ตอนนั้นยังไม่รู้จัก ญอ ผู้หญิง
ตอนส่งอาจารย์ให้คำแนะนำ
"ใช้คำซ้ำกันแล้วไม่ค่อยเพราะนะ"
จบ ป.๒ โดยไม่รู้ความต่างระหว่าง รูคุณแม่กับรูกุญแจ
แย่ไปกว่านั้น ใช้เวลาอีกนานพอสมควร กว่าจะรู้จัก ญอ ผู้หญิง
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายประจำ แต่งคำขวัญ
กฏ กติกา มารยาท จะประมาณ"การประกวดแต่งคำขวัญต่อต้านนายก อบต. ให้อิสระเต็มที่ในการสร้างสรรค์ สั้น กระชับ ได้ใจความ มีสามวรรค ยาวไม่เกิน ๑๕ คำ มี ตอ เต่า ได้เจ็ดตัว"
เครียดกว่าเทียบบรรยัติไตรยาง หรือร่างรัฐธรรมณูญ แต่งกันทุกเทศกาล ปีละหลายหน
ยิ่งแข่งยิ่งแพ้ แต่เราไม่ท้อ ไม่ไปฟ้องพ่อ ไม่ง้อทักสิน
ฤดูร้อนผ่านไปนานแล้ว
ใบไม้ร่วงเอามาทำปุ๋ย หอมฉุยๆกลิ่นศพญาติใคร
ยังจำวันที่ใบไม้เริ่มผลิได้ วั้นนั้นเอาแจ็กเก็ตเก็บเข้าตู้วันแรก เดินออกบ้านด้วยเสื้อยืดกับสเวตเตอร์
ไปพบอาปัง มีนัดดวลพูลชายเดี่ยว
อาปังถ่ายรูปตลอดทาง แกบอกฤดูเปลี่ยนทีไร นอกจากถ่ายรูป อีกอย่างที่ทำเป็นกิจวัตรคือเก็บใบไม้ส่งไปให้เมียที่เมืองจีน พร้อมข้อความ
"ถึงใบไม้จะเปลี่ยนสี หัวใจพี่ไม่เปลี่ยนไป"
ชื่อจริงมันคงไม่พ้น"เสี่ยวปัง"
ถึงวันนี้ ใบไม้ชุดนั้นแก่จัดจนใกล้ปลดเกษียณ
อากาศเริ่มหนาว ฝนก็ตก วันหยุดที่อากาศแบบนี้ ไม่มีใครออกไปทำงานแน่นอน
ยืนยันได้ เพราะเราไปเห็นมากับตา
ที่ทำงานโล่งอย่างกับป่าช้าวัดลิงขบนาค
พรุ่งนี้วันอาทิตย์ก็ต้องไปอีก
ทำบุญมาเยอะจริงๆเรา October 26 ถ้าลูกชายผมเป็นกระเทยคิดเรื่องนี้ได้นานแล้ว แต่เรื่องก่อนหน้านี้เห็นคนมาออกความเห็นกันคึกคัก ถึงมีไม่กี่คน แต่ก็มีการเขียนข่าวมั่ง แก้ข่าวมั่ง แก้ตัวมั่ง รออยู่ว่าจะมีใครแก้ผ้ารึป่าว
รอนานไปเดี๋ยวมุกที่คิดได้มันเลือนหมด
ก่อนนอนทุกคืนหลังสวดมนต์ นั่งทวนทุกคืน กลัวเสียของ
ลงทุนขนาดนี้ หวังไว้ลึกๆว่าเรตติ้งจะสูสีกับรายการเพื่อนเกษตรกร ตีสี่ จ-ศ ทางช่องห้า
ว่าแล้วเข้าเรื่อง หัวเรื่องนี้มันแปลบขึ้นมาจากเบื้องลึก หลั่งออกมาจากต่อมหมวกไตข้างซ้าย
ตอนนั้นเรานึกถึงน้องหยาดอยู่ ไม่ใช่นึกถึงหน้าตา หรือหน้าอกน้องเค้า
เรานึกถึงหนังสือของเค้า
"หนูไม่ใช่คาสาโนวี่"
จากนั้นเรายังนึกเลยไปถึง "เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย", "ผมเกิดมาเพื่อสิ่งนี้", "คืนที่ฉันนอนกับดารา", "ยาเขียวตราใบห่อ เจ้าของเดียวกับ ยาขมชนิดเม็ดตราใบห่อ"
ประโยคพวกนี้ สำหรับเรา มันคือประโยคบอกเล่า แบบไม่มีใครถาม
นึกแล้วอยากมีเป็นของตัวเองบ้าง เลยออกมาเป็น"ถ้าลูกชายผมเป็นกระเทย"
"ก็ไม่เป็นไรครับ รับได้ เค้าอยากเป็นอะไรก็ให้เค้าเป็น ขอให้เป็นคนดีของสังคมก็พอ" คนที่พูดแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยไม่มีลูกเป็นกระเทย
เป็นกระเทยไม่หนักหัวลูกพี่ลูกน้องใคร แต่ทำไมต้องเป็น
บางคนบอกมันเกิดจากการเลี้ยงดู เราว่าในประเทศไทยมีพ่อแม่จำนวนหนึ่ง สนับสนุนให้ลูกชายแต่งตัวเหมือนน้อยหน่าแฟนฉัน แล้วไปเต้นบนเวทีรอดอกไม้จากเด็กนักเรียนชายร่วมชั้นในงานวันเด็ก
แต่จำนวนดังกล่าว นับได้ไม่เต็มสองมือ
บางคนบอกมันเป็นยีนเด่น สืบทอดมาแต่โคตรเหง้าศักราช
ไม่ทราบว่ากระเทยบ้านป้าใคร เอาผู้หญิงทำเมียแล้วมีลูกสืบสกุล
แล้วถ้ากระเทยมีลูกชาย เธอและภรรยาของเธอ จะเลี้ยงลูกให้เป็นเหมือนพ่อรึป่าว
"โตขึ้น ผมอยากมีนมเหมือนพ่อครับ"
อันนี้ก็นานาจิตตัง หลายอย่างในโลกเกิดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยสาเหตุ
เกิดมาแล้วถึงหาสาเหตุกันทีหลังทั้งนั้น
ไม่ได้บอกว่าเป็นกระเทยแล้วไม่ดี
ปริญญา เกียรติบุษบา กระเทยไทยแท้แม่ประนอม ที่ประสบความสำเร็จทางอาชีพการงานมากคนนึง ชีวิตมีสีสันจนเอาไปทำเป็นหนังขายกันดิบดี
แต่กระนั้น เค้าก็ยังบ่นไม่หยุดปาก อยู่ช่วงนึง "พ่อไม่เข้าใจตุ้ม"
แล้วตุ้มเข้าใจพ่อรึป่าว
จะให้พ่อเข้าใจได้ยังงัย ตุ้มอยากเป็นผู้หญิง แต่ไปเตะกระสอบทราย เตะต้นกล้วย เตะผู้ชายกล้ามโตๆตัวมันๆ
พ่อก็อยากรู้ อยากมานั่งปรับความเข้าใจกัน แต่กลัวว่าสักวันตุ้มจะมาเตะพ่อ
ตุ้มยังดีที่รู้ว่าตัวเองสับสนทางเพศ แต่พ่อสิ เจอลูกแบบนี้ไม่รู้จะสับสนทางไหน
กระเทยดี มีอยู่ทั่ว กระเทยชั่ว หลอกผัวว่ามีมดลูก
October 22 อาชญากร คือผู้ก่ออาชญากรรมบางครั้งบางหน เรารับข้อมูลข่าวอาชญากรรมโดยตั้งใจ
ไม่ว่าจะโดยการพลิกอ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์ หรือทางเวปไซท์ข่าว
ไม่ได้นิยมความรุนแรง อยากให้คุณๆท่านๆลองคิดดู ถ้าเจอพาดหัวข่าวแบบนี้
"นักออกแบบท่าเต้นโหด ฆ่าลูกศิษย์ยัดกล่องเวเฟอร์"
"นักศึกษาสาวเคราะห์ร้าย โดนประตูรถร่วมหนีบตาปลา"
ใครเล่าจะอดใจไหว
หลังจากผ่านตามาหลายข่าว เราสังเกตเห็นว่ารูปแบบของทุกข่าวอาชญากรรม จะเป็นไปในทำนองเดียวกันกับตัวอย่างที่จะนำมาเสนอ
"ไอ่หื่นจนมุม โดนรวบเพราะซิปหนีบ"
"เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ต.ค. พ.ต.อ.สวรรค์ล่ม จมปากอ่าว ผกก.สส.บก.น.๗๗ มอบหมายให้ พ.ต.ท.มะเปรี้ยง เสวยคย รอง ผกก.สส.บก.น.๗๗ พ.ต.ท.เมี่ยงปร๊ะ คยคงเล็ก สว.สส.บก.น.๗๗ ร.ต.อ.แชคาน ลูกเมาคลี ร.ต.อ.อาเกล่า จงทำดี รอง สว.สส.บก.น.๗๗ กับพวก จับกุมนายโรเบิต เถิดเทิง อายุ ๓๕ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๒๓/๕๖๗ หมู่ ๓ ต.กระปอมอิ่มแมง กิ่ง อ.กวางเหลียวหลัง จ.สุดสาครบุรี ตามหมายจับศาลไคฟง ข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ชิงทรัพย์และข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมของกลางรถเก๋งยี่ห้อวอลโว่ สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอม ศร 2395 กรุงเทพมหานคร และถุงยางอานามัยกลิ่นชาเขียว สูตรต่อต้านอนุมูลอิสระ ขนาด XXS จำนวนสองชิ้น
จากนั้น เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ศาลไคฟง พนักงานสอบสวน สน.ฟาร์มโชคชัย ควบคุมตัวนายโรเบิต ไปยื่นคำร้องขอฝากขังเป็นครั้งแรก มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 20-31 ต.ค. ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี พร้อมขอรับตัวกลับไปควบคุมตัวไว้ที่ สน.ฟาร์มโชคชัย เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตตามคำร้อง
จากคำให้การ......."
อ่านมาครึ่งหน้า ยังไม่ได้ข้อมูลที่สนใจ
แน่นอน ท่านผู้อ่าน เกิดคำถาม"มึงเขียนทำไม ยาวก็ยาว เดี๋ยวไม่อ่านแม่งเลย"
ที่เราเขียนไป ดัดแปลงมาจากข่าวหนังสือพิมพ์จริงๆ ดังนั้น จะด่า ไปด่าหนังสือพิมพ์ ไอ้ที่จะด่าเรา ทดไว้ก่อน
ตัวเราเองก็เกิดอาการหงุดหงิดสะกิดใจ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นข้อๆได้ดังนี้
-จะบอกกูทำไม ว่าตำรวจคนไหน สั่งให้ใครไปจับ บอกกันหมดทั้งโรงพัก ไม่มีใครเป็นญาติฝ่ายอาม่ากูเลย และคาดว่าไม่น่าจะมีใครอาศัยอยู่แฟลตตำรวจหลังบ้านเรา หรือมีเมียขายส้มตำอยู่ปากซอยแต่อย่างใด
-คำย่อมันเยอะเหลือเกิน ซ้ำไปซ้ำมาอีก ถ้าเห็นว่าต้องย่อเพราะมันยาว ก็ไม่ต้องเขียนมันเลย หรือว่าไม่เขียนแล้วแม่ไม่ปลื้ม
-บ้านเลขที่ไอ่หื่น จะบอกทำไม ไม่ได้อยากจะไปเยี่ยมแม่ หรือญาติผู้ใหญ่มันเลย
-ไอ่หื่นติดคุกที่ไหน เมื่อไหร่ กี่วัน เรารู้แล้วคงอยากจะไปเยี่ยมมันจนเนื้อเต้น
เข้าใจว่าหน้าที่สื่อต้องเสนอข้อเท็จจริง เพื่อความโปร่งใส คิดใหม่ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน
แต่เสนออย่างงี้ เหมาะกับการเอาไปพับถุงกล้วยแขกมากกว่า
ไอ้เราก็ไม่ได้เรียนสื่อสารมวลชน วารสารอะไรมา แต่ก็มีแนวความคิดของตัวเอง ว่าอยากเห็นข่าวเป็นยังงัย
เราว่าข่าวอาชญากรรมก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเสนอความรุนแรงอย่างเดียว เสนอแนวที่สร้างสรร รับรางวัลด้วยเสียงเพลงก็ได้
ขออนุญาตยกตัวอย่าง ด้วยหัวข้อข่าวเดียวกัน
"ไอ่หื่นจนมุม โดนรวบเพราะซิปหนีบ" "เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุมนายโรเบิต เถิดเทิง ผู้ต้องสงสัยคดีข่มขืนนักศึกษาหญิง ขณะจับกุม ผู้ต้องสงสัยอยู่ในสภาพตัวโก่ง กุมเป้ากางเกงด้วยมือทั้งสองข้าง หน้าตาละเหี่ย ยืนนิ่งๆอยู่ข้างเสาโทรเลข
นายโรเบิตสารภาพว่า ตนได้ก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวหาจริง ซึ่งหลังเสร็จกิจกาม เจ้าทุกข์ได้ตะโกนเรียกช่างสิบหมู่ที่กำลังหาดินเหนียวเพื่อปั้นไหหมักเนื้อเค็มอยู่บริเวณนั้น ตนจึงเกิดอาการตกใจ และรีบรุดออกจากที่เกิดเหตุ ขณะวิ่งไปสวมกางเกงไป เกิดพลาดท่าทำให้ซิปกางเกงหนีบเข้าที่หนังหุ้มของลับ ตนรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที แต่ก็ประคองตัวเข้าหาเสาโทรเลขเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ ก่อนที่จะคิดลงมือ กระชากซิปลงด้วยตนเอง แต่ขณะที่ทำใจอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ก็มาพบเสียก่อน
หลังตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่า กางเกงที่นายโรเบิตสวมอยู่นั้น เป็นกางเกงยีนของร้านกางเกงยีนควายสุพรรณ แฝงชื่อดังในตลาดนัดจตุจักร
ทางทีมงานรีบติดต่อไปที่เจ้าของแผง เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้รับการยืนยันว่าเป็นกางเกงของร้านจริง โดยเจ้าของแผงให้สัมภาษณ์ว่า กางเกงดังกล่าวเป็นรุ่น"ควายกูรวย" ซึ่งผลิตออกมาในจำนวนจำกัด ผู้ที่จะเป็นเจ้าของได้ ต้องได้รับการยืนยันจากทางร้านว่าควายรวยจริงๆ
เจ้าของแผงที่เป็นผู้ออกแบบ ตัดเย็บ ทั้งยังมีกางเกงรุ่นนี้เป็นของตัวเองด้วย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ากางเกงรุ่นนี้ ได้รับแรงบันดารใจในการออกแบบจากคำสอนในพระพุทธศาสนาเรื่องเกี่ยวกับการระงับความกำหนัด ผนวกกับนโยบายการคุมกำเนิดของอดีตนายกรัฐมนตรีประจำมลรัฐสุพรรณบุรี จุดประสงค์หลักที่ทำออกมา นอกจากจะเป็นการแสดงออกว่าผู้สวมใส่มีควายรวยแล้ว ยังตั้งเป้าหมายในการลดอัตราการเกิดอาชญากรรมในประเทศด้วย
หลังจากข่าวเกี่ยวกับการจับกุมแพร่ออกไป ยอดการจองกางเกงรุ่นนี้กลับลดลง ซึ่งทางสวนสัตว์ดุสิตโพลผู้สำรวจข้อมูลเชื่อว่า เป็นเพราะผู้ชายส่วนใหญ่ เป็นกังวลกับอาการซิปหนีบมากกว่าอัตราการก่ออาชญากรรม"
October 19 บังเอิญวันนี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับโอกาสมาพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง ซึมซับประสบการณ์ จากผู้ที่ถือได้ว่าเป็นบุคคลมีชื่อเสียง และมีอิทธิพลต่อกระแสสังคม แนวความคิดของคนยุคหลังการปฎิวัติน้ำใส(ไร้เลือดเนื้อ)
ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ผมขอเรียนเชิญ น้องบอน จากภาพยนตร์ "อี ส้ม เช้ง เพราะญาติผู้ใหญ่ตายกันบ่อย"
บิ๊งๆๆ บิ๊งๆๆ
สวัสดีครับ รบกวนนั่งเลยครับ พ่อแม่ที่บ้านยังไม่ค่อยไหว้ มาไหว้คนดูที่ชื่อก็ยังไม่รู้ทำไมครับ
หนังออกโรงไปแล้ว เก็บเกี่ยวรายได้ไปพอสมควร ขอทราบความรู้สึกสักนิดได้มั้ยครับ
"ตื่นเต้นมากครับกับตัวเลขที่ออกมา ไม่นึกมาก่อนเลยว่าจะทำได้ขนาดนั้น ต้องขอขอบคุณพี่ๆทีมงาน...."
แน่ละครับ ลำพังฝีมือน้อง ถ้าเค้าไม่กระหน่ำโปรโมทอย่างกะอภิสิทหาเสียง จะได้คุ้มค่าจ้างเด็กขนไฟรึป่าวก็ไม่รู้
ว่าแต่ น้องบอนเข้าวงการมานานรึยังครับ
"ถ้านับกันจริงๆก็ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่เลยครับ"
(คนดู)หูๆๆๆๆ
ยังงัยครับ
"ตอนเข้าวงการแรกๆถ่ายโฆษณา ตอนนั้นแม่ท้องได้ห้าเดือน แต่ไม่รู้ตัว นึกว่าท้วมขึ้นเพราะกินยาบำรุง เลยไปบอกแม่ค้าที่ตลาด เค้าเอาไปพูดกันหัวซอยยันท้ายซอย พอเริ่มดังมากก็มีคนมาทาบทามไปถ่ายปฎิทินน้ำมันเครื่อง"
อย่างงี้นี่เอง แล้วผลงานต่อจากนั้นละครับ
"หลังจากเกิดก่อนกำหนดเพราะแม่ลุยงานหนัก ออกมาตัวก็คล้ำๆเพราะแม่สูดน้ำมันเครื่องเข้าไปเยอะ ตัวลีบๆ ดำๆ โตขึ้นปีละนิดละหน่อย"
เล่ามาซะยาว พี่ไม่ได้ถามเลย เข้าประเด็นหน่อยครับ เขียนยาวเดี๋ยวคนไม่อ่าน
"ครับๆ ตอนนั้นอยู่ ม.๒ ผมไปนั่งดูดบุหรี่อยู่ริมสระน้ำผลุเซ็นเตอร์พอยท์ ดูดบุหรี่ที กะหรี่ เอ้ย! แฟนผมที สักพัก...."
เดี๋ยวครับ พี่ขอโทษที่ต้องเสือกขัดคอ น้องไม่ท่องสคริปท์มาเลย พี่บอกแล้วว่าเรื่องแฟนพูดทีหลัง ท่าทางจะโง่จริง ไม่เป็นไร ไหนๆก็เปิดประเด็นมาแล้ว ตามน้ำไปก่อน ต่อไปน้องจะตอบอะไรก็อ่านป้ายที่ทีมงานพี่ชูอยู่ เห็นมั้ยครับ ถ้าอ่านไม่ออกสะกิดพี่ เดี๋ยวจัดพรายกระซิบให้
เรื่องแฟนน้องเลยละกัน ภาพที่หลุดออกมา พี่ถามตรงๆ ดูดปากกันที่ไหน
"ห้องเกะมาบุญครองครับ"
เหรอ แล้วพ่อแม่ผู้หญิงเค้ารู้มั้ย
"อ้าว ถามไม่คิด เวลาพ่อแม่พาผมไปเยี่ยมยายที่บ้านบางแค เค้ายังไม่ดูดปากกันให้ยายผมดูเลย"
แล้วที่แก้ข่าวว่าเป็นเพื่อนในกลุ่ม เพื่อนอะไรดูดปากกัน
"ถามงี้ รู้อายุเลยนะพี่ แก่แล้วแก่เลย เดี๋ยวนี้วัยรุ่นเค้าก็ดูดกันไปทั่วแหละ เพื่อนในกลุ่มทั้งหญิงทั้งชายผมก็ดูดหมด ผู้หญิงก็ดูดปาก ผู้ชายดูดก็หูน้ำหนวก เพื่อนเยอะก็ดูดเยอะ เพื่อนน้อยก็ดูดอย่างอื่นแทนไป"
เออ ถือว่าผิดที่กู
มาต่อที่เรื่องผลงาน ไปยังงัยมายังงัยถึงได้มาเล่นหนัง
"เรื่องมันยาว พี่จะฟังมั้ยล่ะ"
มาเหอะ ชีวิตกูไม่มีอะไรให้เสียละ อยู่ว่างๆก็ไม่ได้ทำประโยชน์ ไม่ได้ปฎิรูปให้อะไรดีขึ้น
"มันออกจะเป็นเรื่องบังเอิญนะครับ คือชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะเข้าวงการเลย จริง จริ๊ง พอดีวันนั้นนั่งอยู่อย่างที่บอก มีเพื่อนคนนึงสะกิดให้มองผู้ชายคนนึงเดินตูดบิดไปหยุดอยู่หน้าร้านชาไข่มุก เพื่อนมันบอกคนนี้แมวมองที่ปั้นพี่ซันนี่จนไข่ย้อยมาแล้ว ตอนแรกก็ไม่ได้อยากเป็นดารา แต่อยากไข่ย้อยบ้าง เลยวิ่งตัดหน้าตุ๊กๆเข้าไปสะกิด พี่เค้ารอชาถั่วดำอยู่"
พี่คนนั้น ถือเป็นผู้มีพระคุณของน้องบอนเลย ใช่มั้ยครับ
"ก็พูดง่ายๆว่า หลังจากถั่วดำ นำพาเรามาพบกัน เค้าก็นำพาบอนมาถึงวันนี้"
มีอะไร อยากจะฝากผ่านรายการนี้ไปหาผู้มีพระคุณคนนั้นมั้ยครับ
"เอ่อ.... อย่าให้ผมต้องมาเสียน้ำตาต่อหน้าแฟนคลับเลย"
งั้นมึงเสียซะเดี๋ยวนี้เลย ขอเรียนเชิญผู้มีพระคุณของน้องบอน คุณพจน์ เอาทน เรียนเชิญครับ
(ป้ายหน้าเวที) ทำหน้าล่กๆมองซ้ายที ขวาที
สวัสดีครับ คุณพจน์
"สวัสดีครับ"
คุณพจน์คงจะได้ฟังอยู่ข้างหลังแล้ว ช่วยเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นต่อเลยครับ
"วันนั้นมันบังเอิญมากๆครับ คือผมรอถั่วดำอยู่ เห็นผ่านไปหลายเม็ดแล้ว ก็ยังไม่มีที่ถูกใจ จังหวะนั้นน้องบอนก็เข้ามาสะกิด แล้วถามผมว่าเป็นแมวมองรึป่าว ผมเห็นถั่ว เอ้ย!ตัวน้องดำๆลีบๆ เลยบอกว่าไม่ใช่ พี่ขายกล้วยแขกอยู่ซอยรางน้ำ มันก็ไม่เชื่อ มันบอกรู้จักซันนี่ อยากไข่ย้อยแบบนั้นบ้าง พี่ก็บอกอย่างน้องไม่ต้องให้พี่ปั้นหรอก ยืนตากลมสักพักก็ย้อยแล้ว"
โอ ไม่น่าเชื่อนะครับ บอกปัดไปอย่างงั้น มันยังหน้าด้านไม่ไปอีก
"ครับ ต่อจากนั้น บังเอิญผมเผลอ มันคว้าโทรศัพท์ไปจากกระเป๋าหลุย คลองเตยของผม กดเบอร์โทรเข้าเครื่องมัน พอได้เบอร์ผมมันก็วิ่งหนีไป"
ครับ แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไง ให้น้องบอนเล่าบ้าง
"หลังจากได้เบอร์พี่เค้าไปโดยบังเอิญ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมา นอกจากโทรเช้าโทรเย็น แต่พี่เค้าก็บอกปัดตลอด สุดท้าย ผมบังเอิญคิดอะไรออก เลยโทรไปบอกว่าถ้าไม่หางานให้ผม ผมจะส่งจดหมายไปบอกสตาร์กอซซิปว่าพี่เค้าชอบกินชาถั่วดำ ไม่ได้ชอบชาเขียวแบบที่ลงในโฆษณา"
เล่าต่อเลยครับ ไม่รู้จะถามอะไร พี่จนปัญญาจริงๆ ในชีวิตไม่เคยคิดว่าจะมีใครเลวได้ขนาดนี้
"จากนั้นพี่พจน์ก็หางานมาให้ ไปแคสเรื่อยๆ บังเอิญอีกแล้วครับ หลังจากไปมายี่สิบสองครั้ง เค้าบอกว่าคนที่ได้รับงานเกิดอุบัติเหตุ ตัวสำรองอีกสามคนก็เหมือนกัน จากคนมาแคสงานห้าคน ผมเลยรับงานนี้ไป"
(คนดู)หูๆๆๆๆ
อันนี้บังเอิญจริงๆครับ เรียกว่าน้องเกิดมาเพื่อสิ่งนี้เลย
"ครับ มันบังเอิญมากที่เราทั้ง ๕ ไปกินเหล้ากันที่ร้านเพื่อนผม บังเอิญจริงๆที่ไปพร้อมกันหลังจากผมบอกว่าผมเลี้ยงเอง หลังจากนั้นผมก็โทหาเพื่อนที่บังเอิญว่างมาด้วย ทั้งสี่คนที่มาแคสก็บังเอิญโดนเพื่อนผมต่อยสลบในห้องน้ำ แล้วเอาหัวกดลงชักโครกครับ"
ไม่รู้จะพูดยังงัยดี ท่านผู้ชมครับ ท่านคงคิดเหมือนผม โลกนี้ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ และเค้าคนนี้ ก็เกิดแล้วในวงการที่หลายคนใฝ่ฝัน ถ้าถามว่าทำไม ผมก็ได้แต่ตอบตามที่สปอนเซอร์สั่งว่า "เพราะญาติผู้ใหญ่ตายกันบ่อย" น้องบอน "อี ส้ม เช้ง" ขอเสียงปรบมือครับ
บิ๊งๆๆ บิ๊งๆๆ
และในวันนี้ ทางรายการก็ขอมอบภาพขาวดำหน้าตรง ขนาด สิบแปดคูณสิบสองนิ้ว เข้ากันได้ดีกับพวงรีดร้านลุงสม พร้อมกรอบไม่ประดู่เคลือบเชลเลกและยากันปลวก สนับสนุนโดย ห้องภาพอัครเดช
หวังว่าสักวัน ผมจะบังเอิญจ้างมือปืนไปยิงพ่อน้องครับ
จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ October 17 ล้วงลึก ถึง ล่วงรู้ช่วงนี้ชีวิตลงล็อก
ยังหากุญแจไม่เจอ ลงแล้วไขออกไม่ได้
ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ เก้าโมงถึงห้าโมง แอบหรอยมาสายกลับก่อนบ้างตามสมควร
ไฮไลท์ของวันทำงานอยู่ที่ช่วงพักกลางวัน
เนื่องจากที่พักใกล้ที่ทำงาน และกับข้าวที่โรงเรียนแพง เลยต้องกลับมาใช้เวลาพักกลางวัน รับประทานอาหารที่หอ เดี๋ยวแม่ไม่ปลื้ม
ส่วนใหญ่จะจัดสำรับอย่างรวดเร็ว มาม่าเป็นหลัก ของเหลือจากวันก่อนเป็นรอง คุณภาพชีวิต ของผู้ไม่ไปเลือกคนดีเข้าสภา
เสร็จสับ เข้ามากินในห้อง เปิดรายการทีวีไทยดูผ่านอินเตอร์เนท มีโปรแกรมทุกวัน จันถึงศุกร์
ว่าด้วยจันทร์ที่แล้ว ชมเทปบันทึก บางรักซอยเก้า ตอน วันนี้ที่รอคอย
เห็นตัวอย่างจากตอนที่แล้ว ชัดเจนบอกรักและแต่งงานกับแป้ง
ก่อนดู เสือกทะลึ่งไปอ่านในพันทิพ รู้หมดเลย ว่ามันฝันไปเองทั้งตอน
ดูแต่เริ่มจนจบ คอยแต่จับผิด"โหย แม่ง หลอกไม่เนียนเลย รู้เลยๆว่าฝัน"
อารมณ์ประมาณสามล้อคุยกัน
"พี่ๆ นี่เลยๆ ออกมาได้พรือ สี่สอง ผมนี่ถูกเน้นๆ เลยนะ ถูกแดก วิปเลย"
"พี่นี่วิปกว่านะน้อง เมื่อวันก่อน หมาเดินมาขี้หน้าบ้าน สี่ขา สองรูจมูก เต็มตาพี่เลย แต่ไม่ได้ซื้อที"
ให้เค้าหลอกต่อไปก็ดี จะได้มีอะไรดูไปกินข้าวไป
เรื่องต่อมาที่จะนำเสนอ
เนื่องจากทาง เวปไซท์ผู้ให้บริการเสปซแห่งนี้ มีระบบที่เราสามารถตรวจสอบได้ว่า คนที่เข้ามาอ่าน มาดูงานเรา ลิ้งค์มาจากเวปไหน
จากการสังเกต บ่อยครั้ง มาจากการค้นหา โดย เวปค้นหาชื่อดัง
เห็นแล้ว อยากจะนำเสนอ พร้อมให้คำแนะนำนิดนึง
เอามากันทีละท่อน
"akokorov" อันนี้รักกันจริง แม้ไม่มีในรายชื่อ เอ็มเอสเอ็น แต่เราก็หากันจนเจอ
"ร้านรังต่อ" ร้านนี้เค้าดังจิงๆ คนมาค้นบ่อยมาก จำไม่ได้แล้วว่าอยู่แถวไหน คนมาค้นหาแล้วมาเจอของเรา เข้ามาอ่านก็ไม่รู้อยู่ดี ก็ได้แต่ด่าพ่อเราแล้วออกไปหาต่อ
"hack a track" อันนี้ฝรั่งมาหาเอ็มพีสาม เข้ามาก็ไม่ได้อะไรเช่นกัน ได้แต่ด่าพ่อเราเป็นภาษาอังกฤษ
"ขำๆ" ประเภทว่างมาก ค้นออกมาเสปซเราอยู่อันดับเกือบร้อย พี่แกยังตามมาถึง
"ผู้บ่าวกินแมว" อันนี้ก็สมหวังกันไป มีทั้งเนื้อร้อง และเพลงให้ฟังกัน
"ครอบครัวแตกแยก" นี่หรือเมืองพุทธ อันนี้ไม่ได้โม้ มีจริง คนที่หาคำนี้ในอินเตอร์เนท
"อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย" อันนี้เราไม่ได้ตั้งใจเอาชื่อหนังมาหากิน เราเขียนก่อนหนังออก และได้แรงบันดารใจมาจากยาลดไข้
รู้สึกจะมีอีก แต่ไม่ได้จดไว้ บางอันฮามาก ไม่นึกว่าในโลกจะมีคนหาคำนั้น
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า โลกนี้กว้างใหญ่นัก ตั๋วเครื่องบินกลับบ้านเลยแพง
October 12 อวด ดีวันนี้ขออวดดี เพราะมีดีมาอวด
นอกจากเสปซแล้ว คงไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเรา ทิ้งอะไรไว้อีกในอินเตอร์เนท ให้ทั้งคนรู้จัก และคนแปลกหน้า เข้ามาชม เข้ามาเชยกัน
วันนี้จึงขออวด
ว่าด้วยอันแรก
สำหรับผู้ที่ติดตามกันเป็นประจำคงจำกันได้ เราได้ร่วมกับอาปัง และผองเพื่อน ทำโปรเจค เฮดวิกรุ่นสอง ผลที่ได้ก็อยู่ในเวปดังกล่าว
บางคนอาจจะดูออกว่าเป็นภาพจำลอง แล้วเอาไปแปะในรูปทิวทัศ อย่าเพิ่งด่าพ่อเรา ของจริงก็ไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่ไม่มีงบซื้อสีมาทา เลยสีไม่สดเหมือนในเวป
ขอขอบคุณโรงเรียนของหนู และผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการทุกท่าน
อันต่อมา ล่าสุด
http://www.typhoonbooks.com/typhooncafe/walls/walls1.html ซึ่งเป็นส่วนเล็กๆใน http://www.typhoonbooks.com/typhooncafe/typhooncafe.html
นิตยาสารออนไลน์ของสำนักหนังสือที่เราโปรด เพราะก่อตั้ง และดำเนินกิจการโดยคุณปราบดา หยุ่น นักเขียนคนโปรด
เค้าจัดทำเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกเป็นหนังสือออกขาย คราวนี้ให้ดูกันฟรีๆ
ด้วยความเห่อ เค้าลงประกาศรับงานปุ๊ป รีบเอารูปที่วาดไว้ส่งทันที เมื่อวานนี้ได้อีเมลตอบกลับว่าเค้าจะเอาลง ดีใจกว่าเอ็นท์ติดอีก
งานที่เราทำด้วยความสมัครใจ(ตอนเอ็นท์ไม่ได้สมัครใจ แต่สมัครสอบตามชาวบ้านเค้า ไม่สอบเดี๋ยวเชย) มีคนยอมรับ เอาไปเผยแพร่ แม้จะวงเล็ก วงใหญ่ เราก็ขี้ตู่เอาเองให้หัวใจมันพองบ้าง
ขอขอบคุณสำนักหนังสือใต้ฝุ่น ที่สละเวลาพิจารณา และให้พื้นที่เล็กๆ ให้เราได้ยืนดีใจเงียบๆ
ขอให้เพลินครับ
October 03 หรือว่าแอบหนีงานไปบ้านพี่สาวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ไม่อยู่สองวัน คู่หูทำงานรุดหน้าไปพอสมควร ต่อนู่นติด ต่อนี่ออก ทีตอนทำด้วยกันไม่เคยเป็นชิ้นเป็นอัน
ดี เราจะได้ไม่อยู่บ่อยๆ
อันบ้านพี่สาวเราอยู่ห่างจากเมืองเรา ๒๕๐ กิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นที่ราบริมทะเลสาป
ผู้คนส่วนใหญ่มันจะคิดว่าที่เรามาเรียนที่นี่ก็มาเกาะพี่สาวกิน อยู่บ้านพี่ แต่ความจริงเราเกาะแม่เป็นงานหลัก พี่สาวช่วยบ้างตามสมควร มาหาห้องเช่าอยู่เอง ทำกินบ้าง ขอเค้ากินบ้าง จึงแจ้งไว้เพื่อทราบ
มาเที่ยวนี้พำนับอยู่สี่วัน ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการนอนเป็นหลัก จนคุณพี่ทักว่าอยู่ที่โยทตาบอยติดยาบ้ารึป่าว มานี่ไม่ได้เสพเลยไม่มีเรี่ยวแรง
เรื่องรายละเอียดการเยี่ยมชมเลยไม่ค่อยมี ข้ามมาตอนกลับเลย
เดินทางกลับโดยรถไฟ สายตรงไม่ต้องอ้อมค้อม
ขึ้นรถแบบหล่กๆเนื่องจากคนเข้าคิวรับตั๊วกันยาว เกือบตกรถไฟ ลุ้นกันเยี่ยวเล็ด
กระโดดขึ้นปุ๊ป รถออกทันที ด้วยความหล่ก อย่างแรกที่คิด กูขึ้นถูกคันรึป่าว
ไม่เป็นไร อย่างมากก็หยุดงานอีกวัน ได้เที่ยวอีกต่างหาก กางเกงในพกมาเยอะอยู่ ใส่ซ้ำเราก็ไม่ถือ
ว่าแล้วหาที่ลงก่อน ดูตามเลขแล้ว เจอคนนั่งที่เราอยู่ ไม่เป็นไร โหสิ น้องเค้าหน้าตาดี เขินไม่กล้าทวง
ที่จริงที่ว่างก็พอมี แต่มีประเภทเอากระเป๋าวางมั่ง เอาขาพาดฝั่งตรงข้ามมั่ง เลยไปลงข้างป้าคนนึง
ส่งสายตาก่อน ป้าหลบไม่ทันสบตาเข้า กระพิบปริบๆแล้วถามมาเป็นภาษาสวีดิช
"หมูยอสิบบาท" อาศัยภูมิความรู้ เดาเอา ประมาณว่า "จะนั่งมั้ยลูก"
"หยอๆ ทักๆ(ครับๆ ขอบคุณ)" โชว์ภูมิไปสองคำ ถูกไม่ถูกไม่รู้ รีบนั่งก่อนป้าจะหายงง
นั่งไปฉึกๆฉักๆ รอบนี้ทำไมกลิ่นมันแปลกๆ จะนอนก็ไม่หลับ รู้สึกยิบๆในร่มผ้า
จอดสถานีแรก คนขึ้นมาหนึ่งโขลง
ประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน ที่นั่งโดนหรอย
เถียงกันใหญ่"หมูยอ แฮมต้า รถซิ่งวิ่งเก่ง" ทุกคนเดือดเนื้อร้อนใจ มีเรานิ่งอยู่เพราะไม่รู้เรื่อง
เถียงกันอยู่นาน เริ่มเอ๊ะใจ ทำไมคนอื่นเค้าย้ายกันหมด หวยไม่มาลงที่เราเลย
คิดยังไม่จบประโยค เหลือบไปเห็นสัญลักษณ์บนประตู มีรูปบุหรี่ข้างๆรูปหมา มีขีดแดงคาดทับบุหรี่อยู่
อีกขีดไปไหน
ฟันธงเอาเองว่านั่งที่หมาอยู่
ไม่เป็นไร อย่างน้อยหมาคงขึ้นมาน้อยกว่าคน ไม่ต้องมีหมาที่ไหนมาแย่ง
จอดอีกป้าย มากันอีกฝูง
ประสบปัญหาเดิมอีกครั้ง
"แฮ่ๆ" อยากเข้ามานะ กูไม่มีเจ้าของพาไปฉีดยานะ เดี๋ยวกัดเท้าเป็นฮ่องกงฟุตเลย
เถียงกันอยู่นาน กว่าจะลงล็อก เราก็ยังนั่งที่เดิม
มาอีก คราวนี้ยังไม่ถึงป้าย คนตรวจตั๊วมา
คนตรวจปกติก็ไม่ได้ดูอะไรละเอียด มาถูกวันถูกขบวนก็พอแล้ว แต่พอมาถึงป้า ป้าเปิดประเด็นเลย
แกก็ชี้ๆเก้าอี้ข้างหน้าที่มีเด็กแนวนั่งอยู่แล้ววางกระเป๋าข้างๆ ประมาณว่าที่นั่งแกตามตั๋วกระเป๋าเด็กทับอยู่ แกเลยมานั่งตรงนี้ แกสำนึกผิดแล้ว อย่าส่งแกกลับบ้านบางแคเลย
เจ้าหน้าที่ก็ตามน้ำ เล่นด้วยอีก ไปถามไอ่เด็กแนว ได้ความว่ามันเอาหมามา อย่าให้มันย้ายเลย ลำบาก
เจอละ ตัวการทำกูเสียขวัญ หลงเป็นหมามาตั้งนาน
ป้าแกก็พูดๆ เถียงๆ ไม่รู้เรียกร้องอะไร หมดหนทางหันมาทางเรา ขอความช่วยเหลืออีก
ซวยอีกกู โดนคนเดียวไม่พอ เอาแหมาแบ่งกันห่ม ฟังก็ไม่รู้เรื่อง
ไม่รู้จะช่วยยังไง ช่วยหลับละกัน อย่างน้อยก็นำความสงบมาได้ส่วนนึง
ไม่รู้ไม่ชี้มาจนปลายทาง อาจจะโดนด่าไม่รู้ตัวไปหลายอยู่
ช่วงคำคม
เพื่อนชาวอิตาลี่ลุกจากโต๊ะทำงาน ออกเดินวนไปวนมาเป็นการอู้ สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันอังคารเมื่อสองสัปดาห์ก่อนวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ
ปกรูปรถถังคันเบ่อเริ่ม
"อะไรเนี่ย กูไม่เห็นรู้อะไรเลย เมืองไทยมีอะไร"
รามี่คู่หูรีบแจง"ไปอยู่ไหนมา โกโก้มันประกาศให้ว่อน ทหารเค้าออกมาไล่นายก โกโก้มันบอกว่านายกคนนี้ไม่ดี เลยให้พ่อมันเป็นแทน"
"อ้าว ไอ่นี่ เล่นไม่รู้ที่ต่ำที่สูง อย่างเรามีรึจะลดตัวลงมาเป็นลูกนายก" |
|
|