AKOKOROV's profileAkokorov losts in middle...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 28

    หนึ่งในผู้กำกับแฟนฉัน

    ดังกันระเบิดระเบ้อ ทำเอาผู้กำกับคนอื่นน้อยใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับสน.ปอยเปด ผู้กำกับลูกเสือสำรอง ไล่ไปจนถึงลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
     
    ไม่ดังยังไงไหว เอาเรื่องคนธรรมดามาให้คนธรรมดาดู
     
    ไอ้คนธรรมดาพวกนี้ก็เข้าออกโรงหนังกันบ่อยกว่าส้วมสาธารณะ ยิ่งได้ดูตัวเองมาเล่นบนจอ ก็ชอบใจกันใหญ่
     
    "อย่างงี้เลยๆ กูเคยเล่นอย่างงี้เลย พ่อแม่ลูก เล่นกันบ่อยจนตัวคนใช้ท้อง ตัวแม่เลยเลิกกับกู"
     
    "กูก็เคยชอบเพื่อนเหมือนกัน มารู้ทีหลังว่าเป็นกระเทย ตอนเบียดกันบนรถเมล์"
     
    ไม่ยักกะมีใครบ่น
     
    "เอาเด็กมาเล่นโดดยางกัน กูเสียเงินมาดูทำไม"
     
    "มหาลัยกูเรียนมาตั้งสี่ห้าปี ให้มานั่งจุมปุ๊กดูซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้"
     
    โดยส่วนตัวเราดูแล้วก็ชอบ โดยเอากระแสการประชาสัมพันธ์ และหน้าตานักแสดงฝ่ายหญิงเป็นที่ตั้ง
     
    แม้ว่าช่วงชีวิตวัยเด็ก เป็นช่วงที่เราไม่ประทับใจ
     
    เมื่อนึกกลับไปถึงบางพฤติกรรม มันดูโง่จนควายยิ้มเยาะ
     
    ปัจจุบันก็ไม่ได้ฉลาดมาก เอามาเล่าสู่กันฟังคงไม่เสียประวัติ
     
    ช่วงวัยเดียวกับไอ่เจี๊ยบ และน้องน้อยหน่า
     
    เรางงกับคำอุปมา "พูดเร็วเป็นต่อยหอย" ทำไมมันช่างฟังดูอนาจารแบบนี้
     
    โดนต่อยหอยแล้วควรจุกจนพูดไม่ออกไม่ใช่หรือ หรือว่าการพูดเร็วจะทำให้เกิดอารมณ์เดียวกับขณะที่หอยโดนต่อย
     
    ไม่มีหอยเป็นของตัวเองให้ลองต่อยเล่น จะรบกวนไปยืมหอยเพื่อนผู้หญิง หรืออาจารย์สาวๆมาต่อยเป็นวิทยาทาน ก็เหนียมอายเกินกว่าจะเอ่ยปากขอ
     
    ว่าจะลองเช่ามาต่อยเล่นดูซักที
     
    วันศุกร์นึงของการเรียนชั้นประถมหก
     
    "เกียรติสกุล ผมยาวแล้วนะ จะไว้แข่งกับขนหน้าแข้งครูเหรอ เสาร์อาทิตย์นี้ไปตัดซะนะ"
     
    สุดสัปดาห์นั้นก็มิวาย นั่งเห่อขนรักแร้จนลืมตัดผม
     
    ตกดึกวันอาทิตย์นึกขึ้นได้ ร้านตัดผมคงปิดหมดแล้ว เด็กน้อยจัดการตัดผมตัวเอง
     
    แน่นอน วันรุ่งขึ้นแม่พาไปโกน
     
    เป็นช่วงเดียวที่เรากับน้องชายไว้ผมคนละทรง
     
    เพื่อนสองคนเกือบมีเรื่องชกต่อยกัน เพราะเถียงกันว่าบวชแล้วทำไมเราไม่โกนคิ้ว
     
    คนนึงบอกบวชแบบเส้าหลิน อีกคนบอกมัคทายกขานนาคผิดคีย์
     
    มาถึงวัยน้องบอล และน้องเจน
     
    เรามีนิสัยเสีย เวลามีคนมาถามอะไร เรามักจะไม่รับฟังให้ดี แล้วตอบไปมั่วๆเสมอด้วยคำว่า"อือ"
     
    "เฮ้ย มึงเข้าใจบทนี้รึป่าว"
     
    "อือ"
     
    "ตรงนี้เป็นอย่างงี้รึป่าว"
     
    "อือ"
     
    "แล้วถ้าทำอย่างงี้ถูกรึป่าว"
     
    "อือ"
     
    "แน่นะ"
     
    "อือ"
     
    "มึงพูดได้คำเดียวเหรอ"
     
    "อือ"
     
    เพื่อนหลายคนนึกว่ารู้ทุกเรื่อง บางคนจับได้ว่าเรารู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องจริง
     
    นิสัยเสียนี้ติดตัวมาเมืองนอกแบบไม่ได้นัดหมาย เวลาคุยกับฝรั่งแล้วฟังไม่ทัน เราไม่นิยมขอร้องให้มันพูดซ้ำ
     
    ถ้านิ่งๆแล้วคิ้วมันเริ่มขมวด ให้ตอบ"เยส"
     
    ถ้ามันทำหน้างง ให้เปลี่ยนเป็น"โน"
     
    ถ้ายังงงหนักกว่าเดิมให้หันข้างแล้วพูดว่า"ไอ ฟอร์กอท ทู คลีน มาย ทอยเล็ท อาฟเตอร์ ยูส แอนด์ ไอ ติ้ง ไอ แวร์ มาย อันเดอร์แวร์ อินไซด์ เอาท์. ไอ แอม นอท โฮม นาว, พลีส ลีฟ ยัวร์ เมสเซจ แอนด์ ไอ วิล รีเทิร์น ยัวร์ คอลล์ ซูน" แล้วเดินเกาก้นจากไป
     
    ในกรณีสำเนียงยังไม่ชัดเจน แนะนำให้พูดเพียงประโยคหลังเพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เราไม่ได้ทำความสะอาดกางเกงใน และขี้นอกส้วม
     
    มาถึงวัยไอ่ไข่ย้อย กับดากานดา
     
    พฤติกรรมที่เรานึกถึงด้วยความสมเพชคือการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ตามหน้าที่
     
    ซึ่งส่วนใหญ่คนพวกนี้ ภายหลังจะเดินผ่านกันโดยแกล้งทำเป็นมองหาเศษตังบนฟุตบาท
     
    "สวัสดี เราชื่อโก้"
     
    "ดี เราชื่อบุญเผื่อน ชื่อเล่นชื่อเทเรซ่า"
     
    "เธออยู่ห้องอะไรเหรอ"
     
    "ห้องสี่"
     
    "เราอยู่ห้องหนึ่ง แล้วจบโรงเรียนอะไรมา"
     
    "โรงเรียนวัดใหม่ยายเมี้ยน"
     
    ......
    ......
     
    เราลืมหน้ามันไปหลังจากคุยกับคนสามคนถัดไป
     
    เพื่อนสนิทเราหลายคน เราไม่เคยเอ่ยปากถามชื่อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเรียนโรงเรียนอะไร
     
    รู้แต่ชื่อพ่อ และจำนวนเพื่อนหญิงหน้าตาดีของมันก็พอ
     
    นึกแล้วก็อยากกลับไปโง่เพลินๆอีกสักสิบยี่สิบปี
     
    แต่แม่คงไม่ปลื้ม
     
      
     
    November 27

    โลกวัยทอง

    จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ซื้อกินมันแพง ไม่อยากแย่งใครกิน
     
    นั่งมองพระจันทร์จากบนโลก
     
    An Inconvenient Truth เดี่ยวไมโครโฟนโดยมิสเตอร์ อัล กอร์
     
    นั่งมองโลกจากบนพระจันทร์
     
    แกเดินสายบรรยายเรื่องโลกร้อนมานับสิบนับร้อยครั้งตามเมืองต่างๆทั่วโลก
     
    นำเสนอทีนึงแสงสีเสียงน่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องมีพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยมาตะโกนเชียร์ หรืออะไรทั้งนั้น
     
    ทำเอาเรานึกหาหนทางแก้ปัญหาโลกร้อน
     
    หลังจากก่อนหน้านี้คิดได้แค่ยิงตัวตาย หยุดหายใจเพื่อลดการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ
     
    มีหลายหนทาง ทุกคนเริ่มทำได้ ไม่ต้องรอให้ แบทแมน บีกิน หรือ ซุปเปอร์แมน รีเทิร์น
     
    "จะสนทำไม กว่าน้ำจะท่วม โลกจะแตก กูคงน้ำแตกได้หลายหนจนเจี๊ยวเปื่อย ตายตาหลับไปแล้ว"
     
    คิดอย่างงี้ มีลูกออกมาก็เอาขี้เถ้ายัดปากให้หมด
     
    ถึงเราจะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ทิ้งๆขว้างๆแบบไม่ใยดีเป็นประจำ แต่ถ้ามันได้รับการผสมจนเป็นตัวเป็นตน เราคงไม่เขี่ยมันลงท่อน้ำทิ้งไปเฉยๆ
     
    ไม่ทำเพื่อเราเอง ก็ทำเพื่อลูกเพื่อหลาน ที่มีเรานี่เองเป็นส่วนประกอบ
     
    พวกมันนั่นแหละชาติหน้าของเรา ทำบุญ ทำดีไว้ ไม่ได้ที่เราก็ได้ที่มัน
     
    "พ่อจ๋า ปู่จ๋า รู้ว่าทำเหี้ยอะไรอยู่ มันไม่ดี แล้วทำไมไม่หยุด หนูลำบากนะ แม่ไม่ปลื้มด้วย"
     
    อยากให้ก้องในหูทุกครั้ง เวลาไม่แยกขยะรีไซเคิล ขับรถไปเซเว่นหน้าปากซอยบ้าน เร่งแอร์แล้วนั่งหนาวในออฟฟิศ และอีกหลากพฤติกรรมมักง่าย ไร้สติ
     
    ก่อนโลกจะอารมณ์ขึ้นๆลงๆ เพราะนั่งปลงเรื่องหมดประจำเดือน
      
     
     
     
     
    November 21

    สุดยอดเวปบอร์ดไทย เพื่อบอลไทยเป็นมรดกโลก

    ระยะหลังเราใช้เวลาบนอินเตอร์เน็ตด้วยการป่วนกระทู้ของเวปดังอันนึง
     
    ป่วนในการนี้ไม่ได้ไปวางระเบิดมือถือหรือเอารถถังมาตั้งให้ถ่ายรูปแต่อย่างใด
     
    แค่ไปตอบแบบตลกๆ อารมณ์ประมาณเอาป๋าเปรมมานั่งคุยกับป๋าเทพ
     
    แน่นอนว่าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่ก็นึกอยู่แล้วว่าต้องโดนด่าเข้าสักวัน
     
    แต่นึกไม่ถึงจะโดนด่าเป็นภาษานอร์เวย์
     
    ลำพังภาษาไทยยังต้องพึ่งอาจารย์แม่ เจอแบบนี้เข้า เล่นเอาแม่ไม่ปลื้ม
     
    เมื่ออ่านไม่ออก ก็นึกไปเองต่างๆนานา
     
    "มาตลกทำหอกอะไร พี่เขยมึงเป็นเกย์เหรอ"
     
    "กลับไปตลกให้ป้ามึงที่เป็นโปลิโอฟังที่บ้านไป๊"
     
    "ว่างนักก็ไปเป็นบอร์ด อสมท ไป๊"
     
    อยากจะตอบกลับด้วยการสาปแช่งแบบตาลีบัน
     
    เข้าใจอารมณ์พวกที่นั่งเฝ้าเวปบอร์ดได้ทั้งวันทั้งคืน คุยกันไวยิ่งกว่าโทรจิต
     
    เอาตัวหนังสือมาสาดกัน มันแสบๆคันๆ แต่ดันไม่เปียก
     
    ทั้งที่มันด่ามาเราก็ไม่ได้เดือดร้อน หรือแม่เราจะไม่ปลื้มประการใด
     
    แต่คิดกลับมุมไป เราตอบของเรา แล้วไปหนักต่อมหมวกไตข้างไหนของอีกฝ่าย
     
    ที่กล้าโต้ตอบกันไปเรื่อย ด้วยความสัตย์จริง เพราะชีวิตนี้เราคงไม่ได้ไปเจอกันซึ่งๆหน้า
     
    จะว่าเราปากดี พิมพ์ไว ใจป๊อด ปอดแหก อะไรก็ว่าไป
     
    ก็มันปากกู มือกู ใจกู ปอดกู
     
    ไม่อยากอ่านก็ลบซะ
     
    ลบสายตาแคบๆ ที่มองอะไรก็ขัด ก็ขวางไปหมด
     
    เลิกก็ได้ งอนแล้ว
     
    เขียนที่นี่ดีกว่า คนอ่านนิสัยดี
     
    (ใครเหี้ยก็ลบแม่ง)
     
    ในวงเล็บทดในใจครับ เพราะเป็นคนสุภาพมาก เดี๋ยวแม่รู้ตีตายเลย
     
     
     
     
    November 19

    ซุบซิบ นินทา สตาร์ กอซซิป

    "หนีห่าว" ฝรั่งวัยรุ่นตาน้ำข้าวร้องทัก ขณะเดินสวนกัน
     
    "พ่อมึงตาย" เราตอบด้วยรอยยิ้มละไมไทยแลนด์
     
    มาถึงที่ทำงาน ทำๆหลับๆจนถึงเวลากลับบ้าน
     
    รามี่นั่งเชคเมลก่อนกลับเป็นกิจวัตร
     
    ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเชคก่อนกลับ ไปเชคที่บ้านไม่ได้หรือไง
     
    ฟันธงเอาเองว่าติดหนี้โต๊ะบอลอยู่ หูตาเลยต้องไวกว่าปกติ
     
    "นี่ๆ รู้ยังว่าฮอตเมลโดนบิล เกตส์ เซ้งไปแล้ว รวยสัตว์"
     
    "ไอ้บ้านนอก เค้าเซ้งกันไปเป็นตั้งแต่มึงอยู่ในกะลาแล้ว ไม่ได้รู้เรื่อง"
     
    "อา ครับๆ" ถอยรูดลงรูก่อน จะโชว์ภูมิหน่อย ดันโชว์โง่แบบรัฐภูมิแทน
     
    "นี่ พูดถึงไอ่ห่านี่ กูมีเรื่องเล่า มีคนเลบานอนวางยุทธศาสตร์การเงิน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหลังสงครามฉบับปักษ์หลังเมื่อเดือนก่อน เรื่องมันมีอยู่ว่า มีพ่อคนนึงไปคุยกับลูกชาย
     
    'ลูกรัก ปีนี้ลูกก็อายุอานามก็ล่วงเลยไปมากแล้ว พ่อว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะมีคู่แล้วนะลูก พ่อไม่เห็นลูกมีใครซะที พ่อเลยหามาให้ลูกดูคนนึง'
     
    'อะไรๆ นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว แดดดี้ไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย จะมาคลุมถุงชนจับแต่งงานอย่างงี้ เครซี่รึป่าว ถ้าคลุมถุงยางจับลงอ่างก็ว่าไปอย่าง ยูโนว'
     
    'ใจเย็นก่อนสิลูก ลูกยังไม่รู้เลยว่าพ่อหาใครมาให้ลูกรู้จัก'
     
    'โนๆ ไอ ไม่เอา ไม่วอนท์ ยูโนว แดดดี้ไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย'
     
    'พ่อจะให้ลูกแต่งงานกับลูกสาวบิล เกตส์'
     
    'โอ เซย์โซ ตั้งแต่แรก ก็สิ้นเรื่อง วัยรุ่นว่าง่ายอยู่แล้ว'
     
    ฉากที่สอง พ่อเข้าพบบิล เกตส์
     
    'สวัสดีครับ ไม่ต้องอ้อมค้อมนะครับ ผมมาขอลูกสาวน่ะครับ'
     
    'อ้าว ไอ่แขกนี่ยังไง อยู่ๆมาพูดงี้ ลูกสาวกูทั้งคน อยู่ๆจะยกให้ลูกมึงได้ไง พูดเป็นหนังจักรๆวงศ์ๆ'
     
    'ก็ไม่ได้อะไรครับ พอดีลูกชายผมถือหุ้นเทมาเสกร่วมกับน้องโอ๊กอยู่คนละครึ่ง เลยเห็นว่าลูกสาวคุณคงสมกับมันดี'
     
    'แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก'
     
    ฉากที่สาม พ่อเข้าพบทักษิณ
     
    'หวัดดีครับพี่ เป็นไงครับ คิดถึงบ้านรึยัง'
     
    'ก็เรื่อยๆ รอให้แผ่นดินมันสูงขึ้นหน่อย ตอนพี่อยู่มันจมลงๆ จนพี่หายใจไม่ค่อยออก ความดันก็ขึ้นอีก'
     
    'ครับ คือผมจะมาคุยเรื่องหุ้นครับ เห็นว่าของมันร้อน เลยจะขอให้ลูกชายผมสักครึ่งนึง แบ่งๆกับน้องโอ๊ก จับพลัดจับพลู ติดคุกก็จะได้ไปอยู่เป็นเพื่อนกันด้วย'
     
    'ไอ่นี่ หน้าด้านไม่พอ ปากเสียอีก แล้วลูกมึงมันเป็นใคร ทำไมกูต้องยกให้หน้าตาเฉย อย่ามาทำเป็นเหลี่ยมจัด รู้ๆกันอยู่ว่ากูเหลี่ยมระดับพรีเมียร์ลีก กลัวใครซะที่ไหน ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ'
     
    'ครับ อ้อ ลืมบอกไปว่าลูกชายผมเพิ่งหมั้นกับลูกสาวบิล เกตส์เมื่อวาน'
     
    'อูย แล้วก็ไม่บอก พี่นี่ซี้เลยบิล เกตส์เนี่ย ที่เป็นน้องฝาแฝดบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ใช่มั้ย โอย ตายๆๆ อย่างงี้คุยกันง่าย มาๆๆ เดี๋ยวพี่พาไปชอปที่พารากอน พวกพี่เยอะแถวนั้น'
     
    มันฉลาดจริงๆ สมแล้วที่โดนโจมตีหวังล้างเผ่าพันธุ์"
     
    แกล้งหัวเราะให้นานพอๆกับที่มันเล่า
     
    ขากลับบ้านก่อนเข้าห้องเจอเจ๊คนสวีดิชห้องตรงข้ามเดินถือจานข้าวออกมาจากห้อง
     
    "นั่งมองมันอยู่ในห้องมาอาทิตย์นึงละ เอาไปไว้ในครัวหน่อย มองในครัวอีกอาทิตย์ค่อยล้าง สนใจจะล้างป่าว"
     
    "โน แท้งกิ้ว"
     
    "ยู เวลคัม"
    November 17

    เชงเม้ง

    เพื่อแม่ยาย กูจะสู้หลังชนฝา
     
    เพื่อพ่อตา กูจะสู้สุดใจกล้า

    เพื่ออาม่า กูจะสู้จนสิ้นเลือดหยดสุดท้าย
     
    บางระจัน บางระจัน บางระจัน มิอาจยืนอยู่ถึงวันเพ็ญเดือนสิบสอง
     
    แย่เนอะ อดลอยกระทงเลย
     
    วันนี้นึกถึงบรรพบุรุษขึ้นมาซะอย่างงั้น
     
    อาจจะเป็นเพราะกินของหมดอายุเข้าไป
     
    ไล่เรียงกันจริงๆ เราก็มีเชื้อชาวบ้านบางระจันอยู่ แต่คงไม่ข้นมาก เพราะแม่และคุณยายเป็นคนสิงห์บุรีโดยกำเนิด
     
    ใครจะรู้ เราอาจจะสืบเชื้อสายมาจากนายจันทร์ หนวดเขี้ยว หรือนายทองเหม็น ไม่ทราบนามสกุล
     
    หนวดเราก็งอนๆเป็นมุมดูน่ารักน่าหยิก นอกจากนั้นทุกครั้งที่เราถ่ายออกมาสีก็เหลืองทองและมีกลิ่นเหม็นตามสมควร
     
    ว่าแต่ เรื่องที่เค้าเอามาเล่ามาสอน มันจริงเท็จแค่ไหน ตรวจสอบกันคงยาก
     
    ถ้าเราเรียนประถมที่พม่า เราอาจจะรู้เรื่องอีกแบบนึง และอาจจะได้เป็นนักร้องดัง จนได้มาร่วมเป็นส่วนนึงของคอนเสิร์ตมหกรรมลูกทุ่งลุ่มน้ำโขง ในงานวันแรงงานที่อุดรก็ได้
     
    เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ในเวลางาน
     
    "อ้าวๆ ไอ่นี่ นั่งดูรูปอะไรมึง อู้ตลอดๆ"
     
    "อ๋อ รูปบ้านเกิดครับ" คิดถึงบ้าน เลยเปิดรูปสี่แยกไฟแดงดู เห็นรถร่วมจอดเลยป้าย กระเป๋าโหนประตูแล้วทำหน้าไล่ลูกค้า
     
    "อะไรๆ ไหนๆ เอามาโดนหน่อย นี่เมืองมึงเหรอ ดูเจริญดีนะ ไหนบอกเป็นประเทศโลกที่สาม"
     
    "อ๋อ อันนั้นคนอื่นคงตั้งให้ ส่วนตัวผมเองคิดว่าน่าจะเป็นประเทศเกือบด้อยพัฒนา มากกว่า"
     
    "นี่ๆ หลบๆดูของกูบ้าง ไม่อยากจะอวด"
     
    รามี่เข้ามากดค้นหารูปภาพโดยใช้ชื่อเมืองและประเทศของเค้า
     
    ผลการค้นหาหน้าแรกเป็นรูปตึกไฟไหม้ ผู้คนหนีตาย ทหารกองใหญ่ รถถัง และเครื่องบินขับไล่
     
    กว่าจะได้เห็นที่เที่ยว รออยู่นานสองนาน
     
    เห็นแล้วอยากกลับเมืองไทย
     
    จะได้ถ่ายรูปกับรถถัง
     
     
     
     
     
    November 15

    show biz

    ขอต้อนรับเข้าสู่ รายการ อัจฉริยะขึ้นคาน เกมโชว์ที่จะนำผู้เข้าแข่งขันไปสู่การหย่าร้าง และออกห่างการสมรส

    ผู้เข้าแข่งขันในค่ำคืนนี้ ประกอบด้วย

    ป้าชะม้อย ตลาดไท เจ้าของตำแหน่งชนะเลิศการแข่งขันตำสัมตำชิงแชมป์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเภทตำปูปลาร้า(ไม่ใส่ถั่วฝักยาว) ประจำปี รศ ๑๑๒

    นายธนู บูชายัญ เจ้าของตำแหน่งแชมป์วิ่ง(อย่าง)ควาย รุ่นควายสุพรรณ ประจำปีจอ

    นายล้มลุก ฟลุ๊กถูกหวย พนักงานบริษัท เจ้าของสถิตเปลี่ยนงานบ่อยที่สุดในย่านสำโรง 

    นายนัจมุดดิน มูฮัมมัด อาวจาเบ้อ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่ตำบลตากใบ และมัสยิดกรือเซะ

    ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องฝ่าฟันภารกิจในแต่ละด่าน เพื่อกรุยทางไปสู่เงินรางวัลสูงสุด มูลค่าหนึ่งล้านบาท

    ภารกิจแรก การถอดรหัสลับ

    สำหรับรหัสลับในค่ำคืนนี้ "ตัวเหี้ย ตุ๊กแก รังแค ผมร่วง"

    หลังผ่านไปสามวันยังไม่มีใครแก้รหัสลับออก นายนัจมุดดินเกิดอาการเครียด และขู่ว่าจะติดต่อให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์วางระเบิดมือถือตามแนวชายฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ทางทีมงานไม่ได้สนใจคำขู่จนกระทั่งเห็นว่าสีหน้าป้าชะมอยเริ่มซีดผิดปกติ เมื่อเข้าไปสอบถามพบว่า แกกังวลว่าถ้าเกิดการระเบิดจริงตามคำขู่ แกจะไม่มีปูลมมาดองทำส้มตำ จะให้แกเปลี่ยนไปตำไทยไม่ใส่ปู วิญญาณแม่แกจะไม่ปลื้มเอา

    ทางรายการเลยจำใจต้องบอกคำเฉลย

    "๘ ๗ ๕ ๖"

    (ตัวเหี้ย - ตัวเงินตัวทอง เมื่อนำตัวเลขในราคาเงินและทองของวันนี้ ๒๑๐ บาท และ ๑๑,๐๓๐ บาท มาบวกรวมกัน จะได้แปด

    ตุ๊กแก - จากผลสำรวจของสวนสัตว์ดุสิตโพล ค่าเฉลี่ยของจำนวนครั้งที่ตุ๊กแกมาตรฐานไทยร้องเท่ากับเจ็ดครั้ง

    รังแค - เมื่อเป็นรังแค เรามักเลือกใช้แชมพูขจัดรังแคคลีนิก สอดคล้องกับคลีนิกพ่อเราเปิดห้าโมง

    ผมร่วง - ร่วงมากๆแล้วหัวล้าน ล้านมีศูนย์หกตัว

    ทางรายการเป็นผู้ออกรหัสลับ และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

    ใครอย่าเสร่อมาตั้งรหัสลับทิ้งไว้ แล้วให้คนอื่นแก้ ไม่ว่าจะเป็นแบบลับสมองหรือแบบกวนตีน

    เพราะเราโง่ และขี้หงุดหงิด

    ยกเว้นว่าตั้งแล้วเฉลยทันทีในข้อความเดียวกัน

    ใครฝ่าฝืน ทำเป็นอวดฉลาด ขอให้มันเป็นอัจฉริยะขึ้นคาน)

    หลังได้ยินคำเฉลย นายล้มลุกยิงตัวตาย

    เนื่องจากนายนัจมุดดินโดนเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาควบคุมตัวไป ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือทั้งสองคนจึงได้เข้าไปสู่ภารกิจสุดท้าย หนึ่งคำถาม หนึ่งล้านบาทจากคุณปัญหา นิรันดร

    "ยินดีต้อนรับเข้าสู่ภารกิจสุดท้าย ผมจะอ่านคำถามไปเรื่อยๆ ใครทราบคำตอบแล้วกดปุ่มตอบได้ทันที

    เริ่มได้......

    เบียร์ช้างเริ่มผลิตขึ้นในปี พ.ศ. 2538 โดยกลุ่มนักธุรกิจชาวไทยนำโดย ดร.เจริญ สิริวัฒนภักดี ในนามบริษัทเบียร์ไทย (1991) จำกัด และด้วยความร่วมมือจากบริษัทคาร์ลสเบอร์ก บริวเวอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีความชำนาญการผลิตเบียร์ในระดับสากล เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสเลือกดื่มเบียร์ระดับคุณภาพในราคามาตรฐานที่คุ้มค่าสมราคา ภายใต้สโลแกนที่ฮิตติดปากในเวลาต่อมาว่า "เบียร์ช้าง อีกดีกรีของเบียร์ไทย".....

    คำถาม.....

    ช้างกูอยู่ไหน"

    ป้าชะม้อยหัวใจวายตายไปตั้งแต่ตอนนายธนูทำท่าจะกดตอบ หลังคุณปัญหาอ่านไปได้แค่สองบรรทัด

    "หลังจากฝ่าฟันมาทุกภารกิจ ผู้เป็นอัฉริยะขึ้นคานวันนี้ คุณธนู บูชายัญครับ ทางรายการขอมอบบัตรเครดิตเอ็นพีแอล กงเต๊ก มูลค่าหนึ่งล้านบาท ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ว่าจะเผาไปให้บรรพบุรุษทันที หรือให้ทางรายการเผาให้คุณ หลังจากคุณเสียชีวิตไปแล้วก็ได้"

    "ก่อนจาก อย่าลืมว่าฉลาดจนเป็นอัจฉริยะ ก็ขึ้นคานได้ จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ"

     

     
     
    November 13

    ตึ่งโป๊ะ

    "ซีรี่ย์เกาหลีเรื่องนี้นะ ดูจบ ทิชชู่หมดม้วนเลย"
     
    "ดูตอนท้องเสียเหรอ"
     
    ตึ่งโป๊ะ
     
    "เวลาซื้อหนังโป๊นี่พี่เลือกยังไง ภาพคม นมโต โนเซน ประมาณนี้ป่ะ"
     
    "มึงจะไปเอาห่าอะไรมาก กูขออย่างเดียว ตรงปก"
     
    ตึ่งโป๊ะ 
     
    "ข้าวสุกยัง"
     
    "ยังเป็นเม็ดอยู่เลยพี่"
     
    "จะรอให้มันเป็นเส้นเลยเหรอ"
     
    ตึ่งโป๊ะ
     
    "พี่ อาบ อบ นวด นี่เค้านวดให้กันจริงๆรึเปล่า"
     
    "ไม่หรอก เข้าไปเค้าอาบน้ำให้แล้วก็ทำอย่างว่ากัน"
     
    "แล้วทำไมไม่เรียก อาบ อบ นาบ วะ"
     
    ตึ่งโป๊ะ
     
    ขอได้รับความขอบคุณจากสมาชิกชนเผ่าผีตองเหลือง ผู้ประกอบการครัวเลื่อนลอย แห่งหอโรตารี่ โยฮันนาแบร์ก
     
    ขอความยุติธรรมและที่ทำกับข้าว จงมีแด่พวกเราทุกคน
     
    ด้วยรัก และความหึงหวง
     
    เดวิด ทุ่งทองแดง
    November 10

    ดอกเข็ม หญ้าแพรก ตะไคร้ ใบมะกรูด

    ในน้ำมีนา ในปลามีข้าว
     
    รู้หลบเป็นหลีก รู้ปีกเป็นหาง
     
    ไปมา ลาไหว้
     
    เข้าทางออก ตรอกทางประตู
     
    มือถือปาก สากถือศีล
     
    ถ้าเก่งภาษาไทย เราคงไม่ต้องจ้างอาจารย์แม่มาเป็นหนึ่งในทีมงาน
     
    ปาเจรา จริยา โหนติ
     
    ท่องกันปีละครั้ง อย่าว่าแต่แปล ภาษาอะไรเรายังไม่รู้เลย
     
    อยากลองไปนั่งฟังนักเรียนมันท่อง นั่งรับพานที่มันทำ
     
    ถึงแม้จะเป็นคนที่บังคับให้มันท่อง ให้มันทำ ก็อาจจะซึ้งจนหูน้ำหนวกไหล
     
    ในวัยเรียน ร้อยทั้งร้อย นักเรียนต้องเกลียดอาจารย์อย่างน้อยหนึ่งคน
     
    ส่วนตัวเราก็มี แต่ไม่ขอพูดถึง
     
    โตขึ้นมาเรายกย่องอาจารย์พละ เค้ามักได้เสียกับนักศึกษาใส่เสื้อขาว และกางเกงแดงตัวจิ๋ว แล้วบันทึกภาพมาแบ่งกันดูเป็นประจำ
     
    ใช่ว่าจะมีแต่เราที่ไม่พอใจอาจารย์ บางครั้งบางทีอาจารย์ก็ไม่พอใจเราเหมือนกัน
     
    "แม้รู้อยู่แก่ใจว่าแม่นางดาหลา เป็นคู่ตุนาหงันของอิเหนา แต่ระตูล่าสำก็ห้ามใจให้หลงเสน่ห์นางไม่ได้"
     
    "ชื่อนี้อาจารย์แต่งเองรึป่าวครับ"
     
    เป็นคนมีอารมณ์ขันและปากหมามาแต่เด็ก 
     
    ผิดที่มุกนี้ ไม่ฮา
     
    อาจารย์ไม่มาสอนชั้นเรียนเราสองสามสัปดาห์ได้
     
    "ออกมารายงานหน้าห้อง" เป็นกิจกรรมที่เราหลบหลีกได้เสมอ เนื่องจากไม่มีใครจับได้ว่าเราออกช้าเวลาเป่ายิงฉุบ
     
    จนวันนึง มันเปลี่ยนมาเป็นจับฉลาก
     
    คิดวิธีโกงไม่ทัน
     
    "สวัสดีครับเพื่อนๆ และอาจารย์ ผมเด็กชายเกียรติสกุล เป็นตัวแทนจากกลุ่มอัลเคด้า จะออกมารายงาน...."
     
    "หยุด!! มายืนอยู่หน้าชั้นแล้ว ยังจะพูดว่า จะออกมาอีก"
     
    ถูกจับผิดตั้งแต่นกกระจอกยังไม่กินน้ำ แล้วใครมันจะกล้าสร้างสรรค์
     
    เคยได้ยินว่า ห้องเรียนที่เมืองไทย ต่างกับเมืองนอกที่การมีส่วนร่วมในชั้นเรียน
     
    เราเข้าเรียนมาทั้งนอกทั้งใน ทำตัวไม่ได้ต่างกันเลย
     
    มีอาจารย์คนนึง ต้องการจะทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน แกบังคับให้นักเรียนยกมือถาม ถ้าไม่มีนักเรียนถาม แกจะถามนักเรียน ถ้าตอบคำถามแกไม่ได้ โดนทำโทษ
     
    ทั้งคาบเรียน นักเรียนตั้งหน้าตั้งตาเขียนคำถามไว้รอ
     
    "พวกผมทำอะไรให้พ่ออาจารย์เดือดร้อน" เป็นคำถามเดียวที่เรามี
     
    ไม่ได้ต่างอะไรกับเอาวัวนมมาไถนาแทนควายเลย
     
    ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้ แต่มันต้องหัดใส่แอก หัดเดินในนาก่อน
     
     
     
     
     
     
     
     
    November 09

    มายา คาเฟ่ ฮาเฮ ปาจิงโกะ

    เราติดตามซิทคอมของค่ายใหญ่ค่ายนึง สัปดาห์ละสองเรื่อง
     
    เริ่มรำคาญกับการพยายามโฆษณาแฝง
     
    "จิตวิญญาณนักแข่ง"
     
    แข่งกันว่าพ่อใครจะตายก่อนเหรอ
     
    บางทีมันไม่กลมกลืนกับเนื้อเรื่องและสถานการณ์ ก็แถมันซะอย่างงั้น
     
    เหมือนบังคับให้โอเว่นใส่นาฬิกาลงเล่นบอลโลก
     
    วงการนี้ก็อย่างงี้ เงินเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง
     
    ไม่ว่าจะผลงานหรือชีวิต
     
    "มาถึงคำถามที่สาวๆรอคอยครับ สเปกผู้หญิงของคุณติ๊ก เป็นยังไง"
     
    "ก็ขอให้เป็นคนดี เข้าใจเรา เท่านั้นก็พอ เรื่องหน้าตาไม่สำคัญครับ"
     
    พูดมาตรงๆได้ที่ไหนว่าอยากได้ ขาว สวย รวย โง่
     
    แม้ว่าจะพูดแบบคุยแหกโค้งหรือแหกอะไร ก็ต้องรักษาภาพตามคำแนะนำจากต้นสังกัด ไม่ต้องเป็นดาราใครก็รู้
     
    "เคล็ดลับความนุ่มสลวย ปลิวไสวของนุ้ย แชมพูสมุนไพรว่านหางมังกรโคโมโด คุณค่าที่คุณคู่ควร"
     
    ใช้หางตัวเหี้ยมาเป็นปี ก่อนถ่ายจับมาโกรกผมก็สลวย ไสว กันได้ทุกคน
     
    เราเคยได้ข้อมูลมาจากคนที่เกี่ยวข้องกับสำนักพิมพ์แห่งนึง ที่ผลิตและจัดจำหน่ายหนังสือจำพวก "ดาราแฉ"
     
    รู้มาว่าหนังสือพวกนี้ พวกดาราที่ขึ้นปกและออกงานแถลงข่าวไม่ได้เขียนเอง เพียงแค่ให้สัมภาษณ์ แล้วก็มีคนเอาไปเขียนเป็นเรื่องเป็นราว
     
    นอกจากหนูจะไม่ใช่คาสซาโนวี่แล้ว หนูยังไม่ฉลาดพอจะเขียนหนังสือโง่ๆสักเล่มนึงเลย
     
    ไม่สงสัยเลยที่คบหากับ พาลท้องแท้ง โดยสมัครใจ
     
    ทั้งบ่น ทั้งด่ากันไป สุดท้าย ก็ดูรายการที่มันสร้าง ละครที่มันเล่น ใช้ของที่มันโฆษณา
     
    แล้วเราจะมานั่งพิมพ์ทำไมให้เมื่อยต่อมลูกหมาก
     
     
     
     
     
     
     
     
    November 08

    งมงายหรือศรัทธา เพ้อเจ้อหรือแน่วแน่

    เพิ่งเขียนตอนที่แล้วเมื่อวาน
     
    เขียนเยอะคงไม่ทำให้พ่อใครป่วย
     
    เราเป็นพวกที่คิดอะไรได้แล้วต้องบันทึกไว้ ไม่เขียน วาด ก็ต้องพิมพ์ไว้ ไม่งั้นจะคิดอย่างอื่นไม่ออก
     
    สมองทำงานในรูปแบบเดียวกับลำไส้ใหญ่ ไม่ถ่ายออก จะเกิดอาการเน่าใน
     
    วันนี้ว่างทั้งวัน ใช้เวลารับชมภาพยนตร์ไทยทางเวปทีวี
     
    วันนี้เลือก โอ เนกาทีฟ
     
    ดูทาทาสมัยเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ ก่อนจะมาเป็นมหัศจัญไรในปัจจุบัน
     
    ถ้ายังไม่เคยดูคงต้องเล่าให้ฟังคร่าวๆ เรื่องมันเริ่มที่ตัวเอกเข้าปีหนึ่ง รัก โลภ โกรธ หลง ท้อง แท้ง ตะแคง หงาย จนถึงจบปีสี่
     
    อยากจับมาเล่าสองประเด็น
     
    ๑. มีตอนนึงเว่อร์ยิ่งกว่าสไปเดอร์แมน รีเทิร์น 
     
    ทาทา ไปพบคนทำงานนิตยสาร คนนึง
     
    "เรานี่หน้าตาน่ารักนี่ เรียนมัณฑณศิลป์เหมือนกันเหรอ"
     
    ขอแทรกนิดนึง ไม่รู้ทำไม อาชีพนี้มันช่างนางเอกเหลือเกิน เราว่าแรงกว่าการกินน้ำส้มอีก
     
    จำได้ว่า หมิว ลลิตา เล่นเป็นตัวละครที่ทำอาชีพนี้ในละครอย่างน้อยสามเรื่อง
     
    กลับมาต่อที่ ทาทา
     
    "ค่ะ น้าจำหนูไม่ได้เหรอ หนูลูกแม่ปุ๊กไง"
     
    "อ๋อ ลูกอีปุ๊ก แล้วมันเป็นไงมั่งหล่ะ ผัวมันยังเหี้ยอยู่มั้ย"
     
    "คุณพ่อเสียไปนานแล้วค่ะ" เป็นคำตอบที่เปื้อนรอยยิ้ม
     
    คนบ้าอะไรจะมาอารมณ์ดีขณะพ่อที่ตายไปแล้วโดนด่า
     
    คนโง่จากดาวอะไร จะไปถามคนอื่นอย่างงั้น
     
    ๒. ช่วงต้นเรื่อง ตัวเอกต้องทำกิจกรรมรับน้องใหม่ พวกเข้าห้องเชียร์ โดนรุ่นพี่ตะโกนปาวๆใส่หน้า
     
    ภาพนั้นทำให้เรานึกย้อนไปถึงวัยเด็ก
     
    ไม่ใช่เฉพาะตอนอยู่ปีหนึ่งที่มหาลัย แต่รวมไปถึงก่อนหน้านั้นนานพอสมควร
     
    ตอนนั้น เรามีความเชื่ออยู่หลายอย่าง ที่ตอนนี้ มันเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและปริมาณฮอร์โมนเพศชาย
     
    -การเอานิ้วชี้รุ้งกินน้ำทำให้นิ้วขาดในเร็ววัน
     
    เราเรียนรู้จากหน้าหนังสือพิมพ์ว่า การชี้หน้าดวงเฉลิมทำให้อย่างอื่นขาดในทันที
     
    -การเอาปากกาแดงเขียนชื่อตัวเอง ทำให้โชคร้าย
     
    จากประสบการณ์เราพบว่า เอาปากกาน้ำเงินเซ็นชื่อสมัครเป็นสมาชิกแอมเวย์ตามคำชวนของเพื่อนก็โชคร้ายพอกัน
     
    -การถูกคนอายุมากกว่าไหว้ ทำให้อายุสั้น
     
    คำนวณคร่าวๆ ทักษินน่าจะตายตั้งแต่อยู่ในท้องแม่
     
    -กบ เขียด คางคก อึ่งอ่าง คือสัตว์ชนิดเดียวกัน
     
    เริ่มแยกออกเพราะรู้ว่าเขียดต้องเอาไปทอดถึงจะอร่อย ส่วนกบต้องเอาไปผัดกระเพรา 
     
    -แผ่นซีดีเป็นของราคาแพงมาก และต้องการการดูแลรักษาอย่างดี ห้ามมีรอยขีดข่วน
     
    หลังจากเห็นมันห้อยอยู่ตามแผงขายหมูในตลาดเพื่อไล่แมลงวัน และเห็นรอยขีดข่วนบนแผ่นหนังลามกที่ผ่านมือเพื่อนชายมานับไม่ถ้วน เราเริ่มซื้อมาร่อนให้หมาคาบเล่นแทนฝากระป๋องสี
     
    -การซ้อมเชียร์ เป็นการทำให้รุ่นน้องเป็นเพื่อนกัน รวมกันเป็นรุ่นเร็วขึ้น
     
    ผ่านมาทั้งโดนว้าก และว้ากเอง ค้นพบว่าเราว้าก เพราะเราโดนมาก่อน เลยหาที่เอาคืน 
     
    เด็กไทยไม่ได้โง่ แต่ดูเวปโป๊มากไปหน่อย 
     
     
     
    November 07

    ตัดจนตาย เตือนจนวายวอด

    เพิ่งกลับมาจากการไปทดสอบชน นำโดย โรเบิร์ต และชาวซอยเถิดเทิง
     
    ต้องเอามาเล่าหน่อย ไม่บ่อยนักที่เราจะมีโอกาสเอารถดีๆมาขับตกถนนให้พังซะอย่างงั้น
     
    ออกเดินทางกันเช้าวันอาทิตย์ ระหว่างทางแวะปั๊มไปสองที
     
    ระหว่างการแวะก็เดินไปยืดเส้นยืดสายในร้านขายของชำ ส่วนใหญ่ก็จะไปเดินวนๆกันที่แผงหนังสือ
     
    เนื่องจากคณะร่วมทางมาล้วนเป็นสมาชิกจากภาควิชากลศาสตร์ยานยนต์ ทุกคนเลยไปมุงที่แผงหนังสือรถยนต์
     
    "โอ อันนี้เลย เครื่องวีแปด ทวินวาล์ว สิบหกแคม แรงจิงไม่ติงนัง"
     
    ขณะทุกคนกำลังพิจารณาขนาดเครื่องยนต์กันอยู่ เราก็พิจารณาขนาดเต้านางแบบบนปก FHM บนแผงข้างๆ
     
    "คนนี้ก็แรง ช่วงล่างแน่น ช่วงบนฟิต ท่าทางจะรอบจัดน่าดู"
     
    มาถึงที่หมายชานเมืองแห่งหนึ่ง(ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลบางอย่างได้ เพราะอาจารย์ให้เซ็นใบอะไรก็ไม่รู้ อ่านไม่ออก เลยเซ็นเป็นภาษาไทยไป มันจะได้อ่านไม่ออกด้วย ผิดพลาดยังไงมันจะได้ตามไม่ถูก)
     
    เข้าพักที่โรงแรม ปรับแต่งระบบเล็กน้อยก่อนลงมารับประทานอาหาร
     
    ทริปนี้ ฟรีตลอด มื้อเย็นกินกันหกคน เบ็ดเสร็จ สนนราคาที่หนึ่งหมื่นสามพันบาท
     
    หลังอาหารซ้อมแผนกันนิดนึง
     
    "ต่อไปผมจะบอกหน้าที่แต่ละคนนะ"
     
    "รามี่ อยู่ที่จุดเริ่มต้น กดปุ่มเริ่มทำงาน แล้วนั่งมาในรถสังเกตการณ์กับผม"
     
    "เอริค ยืนอยู่ที่จุดบันทึกภาพ คอยให้ความช่วยเหลือช่างภาพ"
     
    "โกโก้ ยืนใกล้ๆจุดเกิดเหตุ หลังชนแล้วรีบวิ่งไปกดปุ่มบันทึกข้อมูล เอ่อ แล้วอย่าลืมที่ดับเพลิงไปด้วยนะ เพราะเอ็งเป็นคนแรกที่จะไปถึงที่เกิดเหตุ"
     
    เห็นกูเป็นบินฑ์ บรรลือฤทธิ์ รึไง ที่ดับเพลิงเกิดมายังไม่เคยจับ ไฟไหม้ขึ้นมาโทรเรียกรถดับเพลิงเบอร์อะไรยังไม่รู้เลย
     
    แล้วให้ไปยืนใกล้ๆจุดอันตรายอีก รถมันวิ่งเองไม่มีคนขับ เกิดผีผลักมาชนกู แม่ไม่ปลื้มแน่
     
    มาเฉลยทีหลังว่าประกันชีวิตเด็กนักเรียนนานาชาติน้อยกว่าคนอื่นๆ เรียกได้ว่าตายไปก็ไม่ขาดทุน
     
    วันรุ่งขึ้นออกไปทดสอบจริง เซทของกันนานสองนาน ก่อนตำรวจจะมาปิดถนน แล้วเริ่มทดสอบ
     
    เห็นรถวิ่งมาเอื่อยๆ ยังไม่ทันชนเลย หยุดซะก่อน
     
    งงๆๆ วิ่งไปดู ปรากฎ ไม่ได้เอาเบรกมือลง
     
    โรเบิร์ตบอก ไม่ได้มุก แค่ลองดูก่อน
     
    จากการทดลอง สันนิษฐานว่า สัญญาณดาวเทียมคลาดเคลื่อน เนื่องจากดาวพฤหัสโคจรทับเส้นทางของพระราหู
     
    นี่แหละน้า ไม่ปรึกษาหมอหยองก่อน เรื่องดาวดวงแกไม่น่าจะพลาด
     
    รอฤกษ์ใหม่ ไปกินข้าวก่อน
     
    รอบบ่ายเอาจริง ทุกคนยืนประจำตำแหน่ง รถออกฟ้าวววววววว
     
    ไอ้เราอยากถ่ายวีดีโอกะว่าจะเอาไปประกวดชิงรางวัลตาลโตนดทองคำ ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ถ่ายไปจนจะถึงจุดเกิดเหตุ เกิดสำนึกว่า เอาตาตัวเองดูดีกว่า เลยเงยหน้าขึ้นมา อนิจจา กล้องเลื่อนตาม ด้วยความเป็นห่วงกลัวไม่มีอะไรไปอวดคนอื่น ก้มลงมาเลื่อนกล้องอีกที วินาทีนั้นมันช่างยิ่งใหญ่
     
    สุดท้าย ตาก็มองไม่เห็น กล้องก็ถ่ายไม่ได้
     
    จับภาพได้อีกที เห็นเอริควิ่งตกมันลงไปที่รถ เรายืนขำอยู่ครู่นึงก่อนนึกได้ คนที่วิ่งไปควรจะเป็นเรานี่นา เลยออกตัวตามไปติดๆ
     
    ไปถึงก็ทำตามหน้าที่ กดสวิทช์บันทึกข้อมูล แล้วก็วิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกมา
     
    ฟังดูเป็นงานเสี่ยงนะ ความจริงรถมันดับไปนานละ ไม่ได้พังอะไรมากด้วย กันชนหน้าหลุดเท่านั้นเอง
     
    หลังจากนั้นก็เก็บข้อมูล เราก็เก็บภาพกันอย่างสนุกสนาน ไม่เหมือนคนเพิ่งเอารถมาพังกันเล่นเลย
     
    เก็บของกลับบ้าน เอริคขับมาตลอดทาง
     
    นั่งๆอยู่ก็เห็นเอริคโบกมือ ทำอยู่สามสี่ทีทุกๆครึ่งชั่วโมง เราเริ่มใจไม่ดี ตะคงตะเคียนก็ไม่เห็นมี มันเห็นเจ้าที่หรืออะไรรึเปล่า พอดีเป็นฝรั่งไหว้ไม่เป็นเลยโบกมือเอา
     
    "พี่ ห้อยพระอะไรอ่ะ ของแรงนะเรา เห็นหวยแล้วบอกด้วยนะ"
     
    "อะไรของมึง"
     
    ที่จริงพี่เค้าโบกมือให้กล้องที่ติดไว้ถ่ายภาพคนขับรถเร็วเกินกำหนดไว้เป็นหลักฐาน
     
    "พี่ไม่กลัวหรอก พี่ถือใบขับขี่นอรเวย์ ถ่ายไปก็ตามไม่เจอ"
     
    รามี่แถมเกร็ดความรู้อีกนิด
     
    "ที่เยอรมันก็มีแบบนี้ แต่เค้าเลิกส่งรูปไปที่บ้านแล้ว เพราะบางทีมีรูปป๋านั่งกะอีหนูส่งไป เมียที่บ้านเปิดเจอ ป๋าป่วยยังนอนตาแป๋ว"
     
    นอกจากเสียค่าปรับ ยังสร้างปัญหาครอบครัวอีก
    November 05

    วาระดิถี ขึ้นครูใหญ่

    วันเพ็ญเดือนสิบสอง ตกน้ำคลอง เป็นฮ่องกงฟุต
    พวกเราทั้งหลายทั้งชายตุ๊ด พากันไปขุดฮวงซุ้ยอากง
    ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง
    ลอยกระทงกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารำแก้บน
    แก้บน แก้บน แก้บน ทีละคน ทีละคน ทีละคน
    ฝนก็ตกเสื้อน้องก็บาง เห็นหัวนมลางๆพี่ก็สุขใจ
     
    กระสือ กลางวันมันเป็นหญิง มีทุกสิ่ง ยกเว้นกระสวย
    ตกดึกพี่เห็นแล้วคุกลวย อยากเอากระสวย ใส่ปากกระสือ
     
    ไก่จ๋า ได้ยินไหมว่าเสียงใคร
    มันเหมือนเสียงพ่อใครตาย หรือคล้ายจะเสียบิดา 
    เสียงนี้ คือเสียง คนปวดอุจจารา
    จึงร้อง ครวญหา ไก่จ๋า ส้วมไปทางไหน
    November 02

    โมเดส ไข่ยางมะตูม และเมียคนรู้จัก

    หิมะแรกลงมาแล้ว ตื่นมาอ่านอุณหภูมิ ทางทีมงานรายงานว่า ศูนย์จุดหก

    แต่งตัวออกไปทำงานให้ถูกกาลเทศะและภูมิอากาศ

    เสื้อสาม กางเกงสาม ให้มันรู้ไปเลยว่ากูกะเหรี่ยงเมืองร้อน

    อยู่นอกบ้านไข่หดเม็ดเท่าไฝ เข้าข้างในกลายเป็นไข่ยางมะตูม

    ออกจากบ้าน สักพัก หูหาย

    ลืมหมวกเด็กแนว จะกลับไปเอาก็ทำใจไม่ได้ ผมก็เซทมาซะหล่อ หูไม่มี ผมดีก็มีชัย

    เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ฝนตก พออากาศหนาวแบบไม่เตือนล่วงหน้า เลยก่อให้เกิดแผ่นน้ำแข็งบนพื้น

    เรื่องรสชาติยังไม่เคยพิสูจน์ แต่รับประกันเรื่องความเสียว สร้างความลำบากในการสัญจรไม่น้อยกว่าการสร้างสะพานข้ามแยกลาดพร้าว

    แม้ฝรั่งที่เกิด และโตที่นี่ เราก็สังเกตเห็นร่องรอยการเสียหลักล้มขณะเดินมาแล้วทั้งบนเสื้อผ้า หน้าผม และอารมณ์ที่แปรปรวน

    อันตัวเราผ่านมาแล้วหนึ่งหนาวที่นี่ สะท้านมาแล้วถึงก้นกบ และกระดูกเชิงกราน แม้จะแค่ครั้งเดียว แต่ก็ขอนำเสนอสปอร์ตทิปที่เราค้นพบด้วยตัวเองบางประการดังนี้

    ๑. สังเกตว่าที่ฝรั่งมันล้มนั้น เกิดจากมันมั่นใจเกินไป เดินไม่ได้คำนึงถึงสัมประสิทธิ์ความเสียดทานเลย เรียนสูงๆกันซะเปล่า

    ท่าเดินที่ปลอดภัย ต้องตัดความมั่นใจออกไป ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทดังนี้

    ๑.๑ ท่าเพนกวินจักรพรรดิ ห้ามใช้แรงจากเข่า เคลื่อนไปด้านหน้าด้วยการขยับหัวแม่เท้าตามจังหวะแซมบ้า

    ๑.๒ ท่าไม่หวั่นแม้วันมามาก หลับสบายตลอดคืน ควรเดินหนีบๆ งดเปิดหวอ ป้องกันคนแตกตื่น และการซึมเปื้อนด้านข้าง

     

    ๒. ควรตรวจสอบเสมอว่าอวัยวะส่วนต่างๆ ยังมีความรู้สึกรึป่าว ทำหล่นหายข้างทางรึเปล่า การตรวจสอบเบื้องต้นทำได้ดังนี้

    ๒.๑ ตรวจสอบหูด้วยการพยายามกระโดดกัดเป็นพักๆ

    ๒.๒ ตรวจสอบหัวแม่เท้าด้วยการล้วงไปจับแล้วเอามาดม

    ได้ความรู้เล็กๆน้อยๆไปอวดญาติผู้ใหญ่ที่บ้านกัน

    ช่วงนี้ทำงานอย่างหนัก เนื่องจากมีงานใหญ่รออยู่วันอาทิตย์ที่จะถึง นั่นคือทดสอบชน โดยอาจารย์ที่ปรึกษา โรเบิร์ต ทอมสัน หรือรู้จักกันในนาม โรเบิร์ต เถิดเทิง

    โรเบิร์ตเป็นอาจารย์ที่เก่ง ไม่ได้ชี้นิ้วสั่ง หรือ พูดปาวๆ แล้วให้นักเรียนไปงมเอง แต่แกลงมาร่วมทำด้วยมากที่สุดเท่าที่แกมีเวลา ซึ่งนอกจากเอาลูกไปส่งโรงเรียนเตรียมอนุบาลแล้ว แกก็มีสอนหนึ่งวิชา นอกนั้นก็พยายามเอาเวลามาทำงานกับเรา

    ลงไปทำงานจริงๆกับนักเรียน ทำให้แกจัดการกระบวนการต่างๆได้ดีขึ้น เข้าใจงานที่ดำเนินอยู่ และรู้จักจัดการใช้ความสามารถนักเรียนให้ตรงกับงาน

    "เอ้า รามี่ ช่วยไปปรับซอท์ฟแวร์ให้รถทำการตอบสนองการเบี่ยงเบนของสัญญาณจาก จีพีเอส โดยมีค่าคงที่เวลาน้อยกว่านี้หน่อยนะ"

    "เอ้า โกโก้ ไปเอาสายไฟมาปอกเปลือกออกแล้วเอามาต่อกันสองเส้นให้ยาวขึ้นนะ อย่าต่อให้สั้นลงเหมือนคราวก่อน เสร็จแล้วก็ไปซื้อข้าวผัดให้กล่องนึง"

    นอกจากนี้เวลาโรเบิร์ตไม่ว่าง จะส่งสมุนมือหนึ่ง ลูกพี่เอริค อดีตลูกศิษย์ก้นกุฎิ

    เอริคเคยเรียนปริญญาเอกที่มหาลัยเรา แต่ลาออกเนื่องจากผิดใจกับอาจารย์ที่ปรึกษา

    "ตอนพี่เรียนรู้สึกว่ามันมีอะไรมาดันหลัง ต้องทำโน่นทำนี่ตลอด อารมณ์มันไม่เหมือนทำงานนะพี่ว่า"

    พี่แกเพิ่งรู้ตัวหลังเรียนมาแล้วสามปี

    ลูกพี่เป็นคนยิ้มตลอด แกจะพูดติดปากว่า"เรื่องนี้ฮาดี" หลังจากฟังทุกเรื่อง ตั้งแต่ราคาน้ำมัน สาวโคโยตี้ ไปจนถึงงานบวชหน้าไฟ

    "โอย โปรแกรมบังคับรถของน้องๆนี่ ขับได้เหมือนแฟนพี่เลย วันนั้นให้มันถอยเข้าโรงรถ ถอยชิดเกินจนเปิดประตูไม่ได้ ถอยเข้าๆออกๆจนพี่ทนไม่ไหว เรียกช่างมารื้อโรงรถสร้างใหม่แม่งเลย"

    วันนี้เดินเข้าห้องทำงาน แกดันประตูเปิดไม่ได้อยู่นานสองนาน สุดท้าย มาคนเดินมาดึง เปิดให้ บอกแกดันผิดข้าง

    "ประตูอะไร โง่ชะมัด"

    ทำงานจนค่ำมาหลายวัน เมื่อวานกลับบ้านมามีโน้ตติดหน้าห้อง เรียกให้ไปพบเจ้าหน้าที่ที่ออฟฟิศ สันนิษฐานว่าเกิดจากมีคนไปฟ้องว่าเสียงดังเมื่อสองคืนก่อน ตอนเพื่อนๆมาเล่นเกมกัน

    หอที่นี่แปลก เสียงไม่ออกทางประตู ห้องข้างๆจะไม่ได้ยิน แต่มันจะลอดไปทางห้องน้ำ ไปดังห้องข้างล่าง คาดว่าคุยกันผ่านโถส้วมน่าจะชัดเจนพอๆกับสัญญาณทรูมูฟ ไม่นับเรื่องช่องสัญญาณเต็มหรืออุดตัน

    ไปถึงเค้าเชิญไปนั่งในออฟฟิศ

    "ที่เรียกมาก็เพราะมีคนมาแจ้งเรื่องเสียงดัง ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจประเทศอันเจริญยิ่งของเรา คนเมืองโยตาบอยแห่งนี้ ต้องนอนกันสี่ทุ่มถึงหกโมง พวกกะเหรี่ยงพลัดถิ่นควรจะรู้ไว้นะ"

    "ครับ จะจำไม่เคยลืมเลือน คอยเตือนตัวเองเอาไว้"

    "เราได้รับรายงานว่าคุณพาเพื่อนมาเต็มห้อง แล้วกระโดดโลดเต้นกัน"

    "ครับ เพื่อนผมที่มาเรียนปริญญาโททุกคน เล่นกระโดดหนังยางกันในคืนนั้น ต้องขอโทษด้วยครับ ถ้าคุณจะยึดหนังยางเราก็ยินดี"

    "เก็บไว้เถอะ ประเทศคุณยิ่งมีราคายางผันผวนอยู่ เอ่อ อีกอย่าง เรามีนโยบายห้ามอาบน้ำในช่วงเวลานั้นด้วยนะ"

    "ครับ ผมอาบอาทิตย์ละครั้ง คาดว่าคงไม่มีปัญหา"

    ยังดีที่ปากเค้าสวมรอยยิ้มตลอดการสนทนา

    บางทียิ้มไปพูดไปมันทำให้ปากทำมุมไม่พอดี พูดลำบากหน่อย แต่มันฟังง่ายกว่าเยอะ