AKOKOROV's profileAkokorov losts in middle...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 13 นอนหน้าทีวีสวัสดีปีใหม่ไทย
เล่นน้ำกันสนุก เพลินกันจนเกิดพายุลูกเห็บ
ทั้งปีทั้งชาติไม่เคยตก มาตกวันที่เราขึ้นรถออกไปเล่นน้ำ
ปีมหามงคลจริงๆ
อันว่าช่วงนี้ใช้เวลาอยู่บ้านแบบเต็มๆ
กะว่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่บนอินเตอร์เน็ต แต่ด้วยความบ้านนอก เลยต้องใช้แบบต่อจากสายโทรศัพท์
เป็นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอายุ
วางแผนซื้อมาแบบเดือนนึง เล่นได้ไม่จำกัดจนญาติผู้ใหญ่เสีย ไม่ได้เกรงใจคนจะโทรเข้าบ้านมาหาแม่เลย
ปรากฎ ต่อทีนึง ใช้ได้สิบนาที หลุดบ่อยอย่างกะนมน้องปีใหม่
ไม่อยากบอกชื่อให้เสียหายเลย แต่ของ"ทรู"นี่เค้าห่วยจริงๆ
จนแล้วจนรอดทนไม่ไหว ได้แค่เชคอีเมลเท่านั้นเอง
ที่เขียนๆนี่ต้องเขียนไว้ก่อน ต่อแล้วรีบๆเอาลง
มันก็ยังพยายามเนอะ เหมือนมีใครจ้างมันทำเลย
เมื่อเล่นไม่ได้ ก็ต้องหาอย่างอื่นทำ
จบลงที่โซฟาหน้าทีวี
เป็นตำแหน่งเหมาะสมยิ่งกับท่านชายวัยตกงาน
นอนแน่นิ่งทีวีจ่อหน้ากันเลยทีเดียว ดูๆไปหลับไม่รู้ตัว ตื่นมาดูต่อจนหลับ วนไปวนมา
ดูมากเลยมีเรื่องมาเล่าให้อ่าน
เริ่มที่บ่ายคล้อยๆ สี่โมงเย็น
อาจจะฟังดูไม่คุ้น เราว่ารุ่นราวคราวเดียวกันคงไม่มีใครสนใจดู
แต่คนมันว่าง
รายการ"แฟนซี คิดส์"
เริ่มรายการด้วยการเอาเด็กที่เข้าแข่งขัน มาเต้นโชว์
แต่ละคน แฟนซีทั้งนั้น ไอ่ตัวแรกมาดูมๆ ส่ายกันทั้งที่ยังไม่มีนม มาอีกตัว โตเกียว ดริฟท์ เลื้อยกันใหญ่ ปลาโลมายังอาย
เห็นความกล้าแล้วอยากเอาไปล่อเป้าตามสามจังหวัดชายแดน
ต่อด้วยเรื่องเด่นเย็นนี้
ข่าวสะกิดต่อมได้แก่ข่าวเทศกาลสงกรานต์นี่เอง
ด้วยกระแสถนนข้าวสาร พื้นที่อื่นๆที่อยากให้คนมาเล่นสนุกกันก็ทำการตั้งชื่อเลียนแบบ ไล่มาตั้งแต่ ข้าวเหนียว ข้าวเปลือก ข้าวปุ้น
ล่าสุด ถนนข้าวแดง
พูดแล้วเหมือนมุก แต่มีจริงๆ
ลากตรวน ใส่กุญแจมือมาสาดกันเลยทีเดียว
มาคั่นด้วยสิ่งที่น่าสนใจจากผู้สนับสนุน
เริ่มด้วยโฆษณา "ม.๓ ขาย"
อาจจะเคยผ่านตามาบ้าง ที่มีคนเปิดเข้าไปดูคลิปชื่อดังกล่าวแล้วมีเด็กสามสี่คน
"ได้ยินข่าวว่าขาย ไหนพี่ขอดูของหน่อย"
แล้วมันก็หยิบรองเท้าเด็กใจแตกออกมา
ตอนจบเสือกมาบอก"เรื่องดีๆน่ะ ดูกันซะมั่ง"
ไอ่หอกหัก กูนั่งเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรผิด มาสั่งสอนกูซะงั้น
ตอนขายกูไม่ดูหรอก กูดูบริการหลังการขาย
อีกอัน โฆษณาซุปก้อน "ฝากบอกแม่"
ดูแล้วไม่ได้อยากซื้อเลย กลัวกินแล้วเอ๋อแบบบ้านมัน
พ่อจะพูดกับแม่ที ต้องให้ลูกช่วยแปล
มาต่อกันที่ข่าวในพระราชสำนัก
ช่วงนี้มีข่าวสมเด็จพระเทพเสด็จเยือนจีน
เสด็จไปที่ไหน ผู้ประกาศเค้าก็จะให้เกร็ดความรู้เป็นประวัติความเป็นมาของที่นั่น
"มหาวิทยาลัยเฉินเจิ้น ปัจจุบันเปิดสอนในสาขาวิชา เอนจิเนียริ่ง เซอเวย์อิ้ง รีโมท เซนซิ่ง....."
"อ๊ะๆๆ น่าสนใจ มีอะไรมั่งนะแม่"
"อ๋อ เอนจิเนียรริ่ง รถซิ่ง หมูปิ้ง ไก่ปิ้ง"
"ขอบคุณ"
พูดถึงแม่แล้วขอสอดอีกมุก
วันก่อนไปเดินห้าง ที่จอดเค้าก็ใหญ่ ซื้อของเสร็จ ดันลืมว่าจอดรถไว้ตรงไหน
"นี่ๆ ใช้รีโมทหาตำแหน่งรถได้"แม่แกไปติดมาเอง ใช้เป็นอยู่คนเดียว
ไอ้เรานึกไปโน่น ว่าใช้จีพีเอส เทคโนโลยีแผนที่ดาวเทียม
กดปุ่มปุ๊บ สัญญาณกันขโมยดังลั่น รู้กันทั้งห้างว่ารถอยู่ไหน
ที่แท้ ก็เทคโนโลยีคนไทยวันนี้
April 10 เตะฝุ่นจนคลุ้ง ตบยุงดีกว่าช่วงสัปดาห์ก่อนตระเวนเตะฝุ่นสมัครงานไปหลายที่
ตอนนี้กลับมานั่งตบยุงที่บ้าน รอเค้าติดต่อกลับมา
บางที่ไปถึงก็ได้สัมภาษณ์เลย บางที่เข้าไปก็มองแบบผ่านๆแล้วก็บอกสายรถเมล์กลับบ้าน
อยากจะยกมาเล่าสักที่นึง
ที่นี่เดินเข้าไปสมัครในช่วงเย็นเพราะไปสัมภาษณ์ที่อื่นมาก่อน
ไปถึงเค้าก็ให้กรอกใบสมัครตามระเบียบ พาเราไปกรอกในห้อง นึกในใจว่ามาเย็นเกินไปคงได้แค่นี้
สักพักมีผู้ชายคนนึงมาเคาะประตูแล้วเข้ามา
แวบแรกนึกว่าเป็นนักการภารโรงมาทำความสะอาด
พี่แกเดินเข้ามา รวบเอกสารบนโต๊ะ แล้วก็เดินออกไป
ที่แท้ก็เด็กเก็บเอกสารนี่เอง
สักพักแกกลับมาอีกรอบ
เดินตรงเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม
"จบที่ไหนมาคุณ"
มีตาหามีแววไม่ เห็นเจ้านายเป็นบ่าวไพร่ซะงั้น
พี่แกก็ถามไปเรื่อยๆ ส่วนมากก็เรื่องที่เรากรอกๆไปทั้งนั้น อารมณ์ประมาณไม่ชอบอ่าน แต่ชอบฟังมากกว่า
"ผมขอพูดตรงๆ ที่ราคาที่คุณเรียกมาเนี่ย เราให้ไม่ได้หรอก"
"เรื่องนี้ต่อรองกันได้ครับ"
"คนนะ ไม่ใช่มะม่วงสุก ต่อรองราคาอะไรกัน" อันนี้เดาว่าเค้าทดไว้ในใจ
"บริษัทของเรามีโครงสร้างของเราเอง ผมเข้าใจว่าคุณเรียนมาสูง ก็ต้องเรียกแพงเป็นธรรมดา แต่เราไม่อยากได้แค่คนเก่ง เราอยากได้คนที่จะช่วยเราทำงานไปนานๆ.....พล่ามๆๆๆ"
"อยากได้โง่ๆ ไม่มีที่อื่นจะไปว่างั้น" อันนี้ก็ทดไว้เช่นกัน
"คุณไปทำอย่างอื่นน่าจะดีกว่า อันนี้ความเห็นผม แต่ยังไงผมจะไปปรึกษากับวิศวกรในแผนกก่อน ไม่อยากจะตัดโอกาสคุณ คนเรามันต้องรู้จักตัวเอง.......พล่ามๆๆๆๆ"
"สาธุ นิมนต์หลวงพี่ไปงานขนทรายเข้าวัดดอนวันที่สิบสี่ด้วยครับ"
ตกลงใครมาสัมภาษณ์ใครเนี่ย คนถามพูดมากกว่าเราอีก
ก็ต้องดูกันไป
ช่วงต่อไปเชิญรับฟังข่าว
ข่าวที่หนึ่ง โกลาหลจนเหยียบกันตาย ในงานเปิดรับใบจองจตุครามรามเทพ รุ่นเงินไหลมา ๒
ช่วงนี้เค้าฮิตกันจริงๆ เพื่อนเราคนนึงได้รุ่นปี ๔๕ มา ปัจจุบันใส่ติดตัวแล้วรู้สึกอุ่นใจมาก ยิ่งรู้ว่าองค์ละสามหมื่น ใส่ออกจากบ้าน แล้วบ้านจะปลอดภัยขึ้นเป็นกอง
ออกแนวคนคุ้มครองพระ
ข่าวที่สอง ตำรวจทางหลวงออกมาตรการแจกลูกอมแก้ง่วง ปลุกเสกโดยหลวงปู่ทวด และพระสงฆ์อีก ๒๔๙๙ รูป เพื่อลดปัญหาคนขับหลับในช่วงสงกรานต์
อันนี้ถือว่าเอาความเชื่อ ความศรัทธามาใช้ได้ดี ยกเว้นพวกที่จะเอาไปบูชาแล้วไม่ยอมแกะกิน
มันน่าให้หลวงปู่สวดแช่งจริงๆ
อ่านสองข่าวติดกันทำให้เราเกิดวุฒิปัญญา
ในฐานะชาวพุทธผู้มีศรัทธาจิต อยากจะแนะนำผู้คลั่งไคล้วัตถุมงคลในข่าวแรก เมื่อท่านจำเป็นต้องขับขี่ในขณะเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย อยากให้ลองเอาจตุคามมาอมดู
ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่พลัดลื่นไหลลงหลอดลม ก็คงพอช่วยคุ้มครองให้ท่านถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
จบข่าว
ต่อไปเชิญรับฟังรายการปกติจากทางสถานี
[ท] เพลงนี้เหมาะกับผู้ฟังทุกเพศทุกวัย
เพลง หลอกแล้วฟัน ศิลปิน หลานป้าเบิร์ด
หลอกเรามาแล้วฟัน ร้ายมากจนบางทีไม่อาจรู้ อยากจะถามดู ว่าเธอจะมาหลอกแล้วฟัน หลอกไปสามย่าน แล้วเลยไปนั่งเล่น ต่อที่สะพานควายจนถึงเช้า ถ้าจะฟันใคร ถึงจะฟันเบา แต่เข้ามาเต็มเปา ก็คงจะทำให้เสียวจนคราง เธอเป็นยังไงฉันอยากรู้ เพราะฉันดูเธอไม่ออก ยังคงไม่เข้าใจ บางทีเธอมองแต่สาวๆ แต่บางคราวมองเพศเดียวกัน ฉันนั้นชักไม่มั่นใจ เพราะถ้าฉันต้องเสี่ยงให้ฟันไป จะเตรียมตัว และเตรียมใจ ถอนตัว เพราะว่ากลัวกระเทยตามล่า
ไปละครับ เดี๋ยวพี่เบิร์ดตามมาเจอ
April 05 ว่างแล้วฟุ้งซ่าน ออกจากบ้าน ไปตากแอร์สัปดาห์อะไรมีสิบสองวัน
สัปดาห์สวดศพพ่อมึงมั้ง
อ่ะ ผิด สัปดาห์หนังสือแห่งชาติต่างหาก ว้าย โง่หนิ
ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมมาเหมือนกัน ไปสอดแนมดูลาดเลากับพี่ชายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนจะไปอีกรอบกับแฟนสาวสุดสัปดาห์นี้
แม้จะเป็นวันทำงาน แต่คนก็เนืองแน่น จนต้องเบียด ทั้งที่ยังไม่ได้บวชกันเลยทีเดียว
ก่อนเข้างานเราสังเกตเห็น มีการวางกระเป๋าเดินทางขายกันเกลื่อน เล่นเอางงไปสามนาที
แต่แล้วก็ไปอ๋อในงาน
เนื่องจากบางคนซื้อหนังสือกันแบบไม่ลืมหูลืมตา อารมณ์ประมาณไม่ได้อ่านอะไรเลย แม้แต่ถุงกล้วยแขกมายี่สิบปี บางคนเหมือนเห่อ เพราะเพิ่งอ่านหนังสือออก บางคนหนักถึงขนาดจะไปเปิดห้องสมุดประชาชนที่บ้าน
เดินลากกันเต็มงานอย่างกะอยู่สุวรรณภูมิ
ไอ่ซื้อเยอะ ขี้เกียจแบก เลยลากเอา อันนี้ไม่ว่า แต่ลากมาทับตีนกูนี่ก็ไม่ไหว
โดนไปเยอะๆก็อยากจะเรียกประกันมาเคลม
เห็นคนมางานหนังสือเยอะแบบนี้ ก็ชื่นใจที่คนไทยให้ความสำคัญกับการอ่าน หาอาหารให้สมองกัน
ยังจำหนังสือเล่มแรกที่เราอ่านได้ดี
มานี มีตา
มานี มีนา
ในนา มีปู
มานี ดูปู
ปูเดิน ลงรู
ลงรู มานี
มานี ด่าปู
รูกู ไม่ใช่ รูปู
ปัจจุบันนี้งานเขียนก็หลากหลาย มีให้เลือกอ่านกันไม่รู้หมด มันเยอะจนเหนือกว่าที่เราจะจินตนาการไปถึง
บางเรื่อง บางเล่ม เห็นแล้วสะกิดใจวัยคะนองนาอย่างเรายิ่งนัก
อกหัก แต่รักเป็น
จับผู้ชาย ง่ายนิดเดียว
มีแฟนหลายใจ เอาไงกับมันดี
เรื่องเล่าสาวไซด์ไลน์ สาวโคโยตี้
ไอ่ประเภทนี้ วัยรุ่นจะแย่งกันหยิบเหมือนแจกฟรี แถมเบอร์คนขาย
แรกๆเราก็นึกถามตัวเอง ว่ามันจะอ่านกันทำไม
พอลองไปหยิบมาอ่าน มันก็ติดตา จนเปื่อยคามือ
เหลืออย่างเดียวที่ไม่ได้ทำก็คือเสียตังค์ซื้อ
จะวางลงได้อย่างไร อ่านแล้วได้อารมณ์ ไม่ต่างจากหนังสือปลุกใจเสือป่าอเมซอนแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ดี ขอสอดมุกคนดัง ทำงง สองมุกเน้นๆ
ป๋าเหนาะ "วันนี้ผมจะมาพูดเรื่องการบ้าน ไม่พูดเรื่องการเมือง เพราะทุกวันนี้ บ้านเมืองเรามันวุ่นวาย รัฐบาลก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง รัฐธรรมณูญก็ยังไม่มี........."
ต้องเข้าใจ ป๋าแกไม่มีการบ้านมาตั้งแต่จบ มศ.๕แล้ว
นิโคล "เบอร์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง" แต่ยังโทรแพงเหมือนเดิม
หากพวกเราอยู่สะพานควาย จงปรบมือพลัน
ป๊าบ ป๊าบ จบ April 03 รวมกัน ชีวิตจะดีขึ้นจ่าหัวแบบนี้ ไม่ได้ค่าโฆษณา หรือหวังพึ่ง ปาติหาน ใดๆ(ท่อนนี้ถ้าอาจารย์มาแก้นี่รู้เลยว่าบ้านนอก ไม่มีทีวีดู)
พอดีมีหลายเรื่อง มันสั้นๆเลยเอามาเขียนต่อกันหน้าด้านๆ ไม่มีอะไรเกี่ยวกันเลย
วันก่อนนู้น มีเวลาว่าง ประกอบกับกางเกงในหมด อยู่เมืองไทยนี่มันร้อน ใส่ซ้ำลำบาก ไม่ว่าจะกลับหน้าเอ บี ลามไปถึงซี ดี ก็แล้ว ไม่ช่วยอะไรเลย จึงจำเป็นต้องทำการซักทำความสะอาดกันตามสมควร
สอบถามจากญาติที่เรามาขออาศัย ได้ความว่า เครื่องซักผ้ารุ่นนี้เก่า แต่หยิ่ง ใส่ผ้าเยอะไปจะไม่ยอมหมุน แล้วจะงอนไม่หมุนไปสักระยะ ลำบากคนใช้ต้องง้อด้วยการซักมือ
รับทราบดังนั้นก็ค่อยๆซักทีละสามสี่ตัว ลำเลียงมาได้สักครึ่งตะกร้า มาถึงช่วงวิกฤต วัดใจด้วยกางเกงยีนส์
ใส่น้ำ ใส่ผงเรียบร้อย กดเริ่มทำงาน เครื่องหมุน น้ำวนบุ๋มๆ ได้ใจเลยไปนั่งดูทีวี
ไม่ทันจะดูข่าวม๊อบพีทีวีจบ ก็ต้องสะดุด เพราะเสียงน้ำวนหายไป เหลือไว้เพียงคราบเหงื่อปนน้ำตา
นั่งซักไป ขยี้มั่ง เอาวนๆในน้ำมั่ง ขนาดซักแบบคร่าวๆ เหมือนร่างรัฐธรรมณูญยังเหนื่อยกว่าเตะฟุตบอล
ซักเสร็จจะตากกลางแดดก็กลัวเสื้อผ้าจะโดนแดดเลีย อันนี้มีประสบการณ์ เคยซื้อกางเกงมาตัวนึง ซักแล้วตากแดดจนลืม เจอกันอีกทีข้างนึงสีน้ำตาล อีกข้างสีครีม พยายามตากให้มันซีดเท่ากัน ลงทุนไปยืนถือกลางแดด กลับไปกลับมาเป็นปลาหมึกปิ้ง สุดท้าย ตัวเราเองที่ซีดไปก่อน กางเกงก็ไม่ได้ใส่เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เป็นประเภทเจ็บแล้วจำ คราวนี้เลยตากในบ้าน
ตากเรียบร้อย นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม
ไปใส่ที่ภพหน้า เจอกันที่ทางช้างเผือกก็แล้วกัน ชาตินี้ใส่แบบชุดเกราะพระนเรศวรไปก่อน
ตกเย็นสหายเอินส่งเสียงตามสายมาเรียกไปกินส้มตำ บอกมีร้านเด็ด สุดแซ่บ เมืองยศ
ไม่รู้เมืองห่านี่มันอยู่ประเทศอะไร เดาว่ามาจาก ยศโสธร แต่ที่ไม่ต้องเดาลูกสาวเค้าน่ารัก
อยากจะเชิญมาตำที่บ้านสักสองสามครก ตำให้อกพี่ช้ำเหมือนมะละกอ
ร้านนี้เค้าเป็นส้มตำสมัยใหม่ มีเด็กเชียร์เบียร์ไม่ผิดกับผับบาร์เลยทีเดียว
"โทษครับ ขอสั่งเบียร์หน่อย"
"รับอะไรดีคะ"
"ลีโอขวดนึงครับ"
"มีเบียร์ยี่ห้อใหม่มานำเสนอค่ะ ดีกรีเท่าเดิม แต่ไม่มีแคลอรี่"
"อ่อ ไม่เป็นไรครับ ขอลีโอครับ"
"ทำไมไม่ลองของใหม่ๆ กินแต่เดิมๆอยู่ได้"
"เอ้า ก็กินกันได้เรื่อยๆ ไม่ได้แย่อะไรนะครับ"
"ก็ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ไง มัวแต่กินซ้ำไปซ้ำมา ชีวิตก็ซ้ำซาก ไม่เจริญ"
"เอ่อ.... ขอโทษครับ พวกผมผิดไปแล้ว ขอเบียร์ของน้องมาให้พี่ได้กิน เพื่อความเป็นสิริมงคลสักขวดเถอะครับ ได้โปรด"
"เออ มันต้องอย่างงี้"
กินหมดไปขวดนึง
"น้องครับ ขวดต่อไปขอลีโอครับ"
น้องเค้าก็เดินไปหยิบมา แล้วยังกรุณาเทให้ตามหน้าที่
"กินเข้าไป กินให้เมาตายไปเลย นี่ๆ เมื่อกี้ในแก้วยังไม่หมดใช่มั้ย ผสมกันไปเลย นี่ๆๆ"
พักหลังๆ เมื่อเปลี่ยนยี่ห้อแล้ว น้องเค้าก็ไม่ค่อยว่าง มาบริการเหมือนก่อน แต่เราก็ไม่ได้ห่างเหินกันจนถึงขั้นละเลย
"เป็นคนที่ไหน"
"คนเหนือครับ"
"ว้าย บ้านเดียวกับชั้นอีก ซวยจริงกู"
"เช่นกันครับ"
"พูดเหนือได้มั้ย"
"ได้ครับ แต่ไม่คล่อง"
"พูดซิ"
"เอ่อ.... อย่าเลยครับ ผมไม่ถนัด"
"บอกให้พูด"
"เอ่อ... อย่าเลยครับ ผมไม่อยากจริงๆ"
"พูด บอกให้พูดก็พูดสิ"
"อย่าทำอะไรผมเลย ผมมากินข้าว น้องใจเย็นๆ เบียร์ไม่ต้องรินแล้วก็ได้ พี่จะรินให้น้องกินเอง"
สุดท้าย อยากฝากไปยังน้องว่าแบบนี้บ้านพี่เรียกเชี่ย ไม่ใช่เชียร์
ที่เล่าๆมา เราก็แต่งเติมบ้างเพื่อความมีสีสัน ความจริงน้องเค้าแย่ว่านี้เยอะ
ชวนเชลล์ชิม |
|
|